ลุ้นม.44แก้ปัญหาธุรกิจพลังงานบนพื้นที่สปก.
เศรษฐกิจ

photodune-2043745-college-student-s
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (สคช.) และที่ประชุมครม. วันที่ 20 มิ.ย.นี้ จะหารือถึงแนวทางแก้ไขปัญหากรณีศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.60 ให้เพิกถอนระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ทำให้ผู้รับสัมปทานบนบกทุกรายต้องหยุดกิจกรรมการผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่ส.ป.ก.เป็นการชั่วคราว จนส่งผลกระทบต่อมูลค่าการผลิตปิโตรเลียมวันละกว่า 50 ล้านบาท อีกทั้งยังกระทบต่อรายได้ค่าภาคหลวง และการเก็บภาษีท้องถิ่นด้วย จึงทำให้เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งแก้ไข
 
ทั้งนี้ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว มีอยู่ด้วยกัน 4 แนวทาง คือ การเสนอให้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 มาแก้ไขปัญหา หรือใช้แนวทางการถอนสภาพที่ดินของสปก.มาเป็นที่ราชพัสดุ ซึ่งสามารถทำได้ แต่เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวจะทำให้เกษตรกรเสียประโยชน์ เนื่องจากการดูแลพื้นที่จะถูกโอนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปอยุ่ในความดูแลของกระทรวงการคลัง ทำให้รายได้จากการค่าเช่าที่ดินก็ต้องจ่ายให้กับกระทรวงการคลังด้วย จึงไม่มีเงินเข้าสู่กองทุนพัฒนาเกษตกรเหมือนเดิม ทำให้เกษตรกรเสียประโยชน์
 
ส่วนอีกแนวทางคือการแก้ไขกฎหมาย สามารถทำได้แต่ต้องใช้เวลานาน และแนวทางสุดท้าย คือ การใช้อำนาจตามกฎหมายที่มีอยู่ตามมาตรา 19 และมาตรา 30 มาออกระเบียบ ซึ่งระบุไว้ว่า ถ้าจะนำที่ดินของสปก.ไปใช้ประโยชน์อื่นๆ สามารถทำได้โดยออกกฎระเบียบภายใต้เงื่อนไขต่างๆ แต่จะช่วยเหลือได้เฉพาะการปลดล็อคเรื่องกังหันลมผลิตไฟฟ้าเท่านั้น เนื่องจากที่ดินยังสามารถทำการเกษตรได้ แต่ไม่ได้คลอบคลุมถึงการปลดล็อกการผลิตปิโตรเลียม ที่ไม่สามารถทำได้
 

อย่างไรก็ตามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายว่า หากจำเป็นต้องดำเนินการเรื่องดังกล่าวแล้ว ควรจะต้องคำนึงถึงสิ่งสำคัญก่อน คือ ถ้าใช้พื้นที่ผลิตปิโตรเลียมแล้วต้องมีบริเวณจำกัดไม่ขยายขอบเขตออกมาเพิ่มเติม พื้นที่ดังกล่าวควรเป็นพื้นที่ด้อยพัฒนา ปลูกอะไรแล้วไม่อุดมสมบูรณ์ ทำการเกษตรแล้วไม่เกิดความคุ้มค่า หรือไม่ใช้ที่นาไปทำ พร้อมกับพิจารณาถึงข้อผูกมัดของรัฐที่มีกับเอกชนด้วยว่าเป้นอย่างไรมีความเหมาะสมหรือไม่ จากนั้นจึงมาดูที่ที่เป็นประโยชน์สาธารณะ และผลประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับ รวมทั้งดูผลเสียหรือผลกระทบที่จะเกิดขึ้น และสุดท้ายต้องไม่เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจ โดยการพิจารณาต้องมีรายงานจากพื้นที่มาเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย
 
“นายกฯ ย้ำว่า การอนุญาตใช้พื้นที่จากนี้ไปขอให้จำกัด ให้มีอยู่เท่านี้ ไม่มีขยายเพิ่ม และการอนุญาตต้องไม่สะเปะสะปะตามใจชอบ การพิจาณาต้องผ่านคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินก่อนแล้วจึงเสนอเข้าครม. และต้องมีกฎกระทรวงมารองรับ และที่สำคัญหากโครงการใดถ้าติดเรื่องผังเมืองก็ไม่ได้รับการอนุญาติด้วย”