ข่าวหอการค้าปรับตัวเลข ประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 60 เป็น 3.9% - kachon.com

หอการค้าปรับตัวเลข ประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 60 เป็น 3.9%
เศรษฐกิจ

photodune-2043745-college-student-s

ม.หอการค้าไทย ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 60 เพิ่มเป็น 3.9% จากเดิม 3.6% ส่งออกโต 7.5% คาดจีดีพีปี 61 อยู่ในกรอบ 4.2-4.5% กลับมาโตเกิน 4% ได้ในรอบ 6 ปี จากแรงหนุนส่งออก ท่องเที่ยว และลงทุนภาครัฐ...

เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2560 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทย ได้ปรับประมาณการภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 60 ใหม่มาอยู่ที่ 3.9% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 3.6% การส่งออก ขยายตัว 7.5% จากเดิม 2.4% และอัตราเงินเฟ้อ ขยายตัว 0.6% จากเดิม 1.5% เพราะเศรษฐกิจคู่ค้าขยายตัวมากกว่าที่คาด สะท้อนจากตัวเลขการส่งออกเพิ่มขึ้นมาก การลงทุนภาครัฐขยายตัวสูง ภาคการท่องเที่ยวเติบโตต่อเนื่อง และราคาสินค้าเกษตรบางตัวที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น แต่ยังมีปัจจัยลบคือ เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังไม่แน่นอน แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เศรษฐกิจจีนที่โตต่ำกว่าที่คาด ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ปัญหาหนี้สินครัวเรือน และกำลังการผลิตส่วนเกินที่ยังอยู่ในระดับสูง

“ปีนี้ประชาชนอาจยังไม่รู้สึกว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวโดดเด่น แต่การส่งออกที่โตและการท่องเที่ยวที่ขยายตัวเด่น จะเป็นแกนหลักช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยปีนี้ และจากการที่ปลดล็อกเรื่องมาตรฐานสายการบินของไอเคโอได้ จะทำให้กิจกรรมการท่องเที่ยวกลับมาคึกคักอีกครั้ง รวมทั้งการที่ตลาดหุ้นทะลุ 1,700 จุด และการมีบัตรสวัสดิการคนจน ก็เชื่อว่าจะทำให้มีเม็ดเงินมาเติมในระบบช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไตรมาส 4 ขยายตัวที่ 4.4% ได้”

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ในปี 61 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะโตอยู่ในกรอบ 4.2-4.5% ขึ้นอยู่กับว่า จะมีการเลือกตั้งจริงหรือไม่ และจะมีการปลดล็อกกิจกรรมทางการเมืองหรือไม่ เพราะหากจริง จะทำให้มีการลงพื้นที่ทำกิจกรรมเลือกตั้ง ซึ่งจะส่งผลให้มีเงินหมุนเวียนในระบบ 20,000-30,000 ล้านบาท และการโรดโชว์อีอีซี ที่มีนักลงทุนสนใจลงทุนมากขึ้น รวมทั้งเงินลงทุนนอกงบประมาณของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจอีก 200,000-300,000 ล้านบาท และกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นจากบัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยอีก 40,000-50,000 ล้านบาท เป็นตัวหมุนเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ยังมีเรื่องที่กังวลคือ การลงทุนจริงในอีอีซีจะมาเมื่อไหร่, พ.ร.บ.บริหารจัดการแรงงานต่างด้าว ที่แรงงานต่างด้าวมาลงทะเบียนไม่มาก และจะมีการใช้แรงงาต่างด้าวอย่างไร, พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้าง ที่คาดว่าน่าจะชัดเจนในช่วงไตรมาส 2/61 จึงทำให้ยังไม่กล้าจับจ่ายลงทุน และ พ.ร.บ.ที่ดิน ที่จะประกาศใช้ปี 62 ซึ่งจะต้องมีความชัดเจนในปี 61 ว่ากระทบต่อภาระเดิมของประชาชนหรือไม่ จึงทำให้นักลงทุนรอความชัดเจน ยังไม่กล้าลงทุนมากนัก

“ความกังวลเหล่านี้ทำให้เศรษฐกิจฐานรากฟื้นตัวได้ไม่เร็วนัก ศูนย์ฯ จึงมองการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยในปี 61 ไว้ที่ 4.2%ก่อน ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีที่เศรษฐกิจไทยกลับมาโตเกิน 4% และเชื่อว่าจะเกิน 4% ต่อไปได้ ถ้ามีการลงทุนต่อเนื่อง ดังนั้น ศูนย์ฯ จะฉายภาพให้รัฐบาลเห็นว่า ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งการลงทุน และเตรียมตัวรับกับปัญหาขาดแคลนแรงงานที่จะกลับมาอีกครั้ง” นายธนวรรธน์ กล่าว

สำหรับประมาณการภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 61-64 ที่ศูนย์ฯ ได้คาดการณ์ไว้จากปัจจัยบวกจากนโยบายไทยแลนด์ 4.0, การส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี), เศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวดีขึ้น และการลงทุนภาครัฐในโครงการขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่า ปี 61 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) จะขยายตัว 4.2%, การส่งออก ขยายตัว 4.3%, อัตราเงินเฟ้อ ขยายตัว 1.6% และอัตราการว่างงาน ขยายตัว 0.9% ส่วนปี 62 จีดีพี ขยายตัว 4.5%, การส่งออก ขยายตัว 4.6%, อัตราเงินเฟ้อ ขยายตัว 1.9% และอัตราว่างงาน ขยายตัว 0.8% ขณะที่ปี 63 จีดีพี 4.7%, การส่งออก 4.9%, อัตราเงินเฟ้อ 2.4% และอัตราว่างงาน 0.8% และปี 64 จีดีพี ขยายตัว 5.1%, การส่งออก 5.2%, อัตราเงินเฟ้อ 3% และอัตราว่างงาน 0.7%.