ข่าว'บิ๊กตู่' สั่ง 'เกษตรฯ' สยบปัญหาเรื่องนำเข้าหมู-เครื่องในจากเมกา - kachon.com

'บิ๊กตู่' สั่ง 'เกษตรฯ' สยบปัญหาเรื่องนำเข้าหมู-เครื่องในจากเมกา
เศรษฐกิจ

photodune-2043745-college-student-s

บิ๊กตู่ มาเอง สยบปัญหาเรื่องนำเข้าหมู-เครื่องในจากเมกา สั่ง กระทรวงเกษตรฯ เป็นเจ้าภาพตั้งคณะทำงานศึกษาความเป็นไปได้ ส่วนจะแก้กฎหมายเปิดทาง หรือไม่นำเข้าในที่สุด คณะทำงานต้องสรุปให้ชัด 

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นเจ้าภาพในการตั้งคณะทำงาน ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย เพื่อหารือร่วมกับตัวแทนของฝ่ายสหรัฐฯ ถึงแนวทางในการนำเข้าหมูและเครื่องใน ที่มีสารเร่งเนื้อแดงจากสหรัฐฯ

“สาเหตุที่ต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาคุยกับสหรัฐฯ เพราะสหรัฐฯ ได้ขอให้ไทยนำเข้าเนื้อหมู และเครื่องในมา 5-6 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าจากไทย ขณะนี้ จึงต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาหารือกันถึงความเป็นไปได้ โดยกระทรวงเกษตรฯ จะรับเป็นเจ้าภาพ และเชิญทุกฝ่ายมาประชุม เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ รวมทั้งประเมินผลกระทบทั้งหมด แต่ผลสรุปจะออกมาให้มีการแก้กฎหมายเพื่อเปิดทางนำเข้า หรือจะไม่ให้นำเข้าเลย ยังไม่ทราบ”

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ในการเดินทางไปเยือนสหรัฐฯ ของนายกรัฐมนตรี เมื่อต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ผู้นำของทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ได้หารือในเรื่องการนำเข้าหมูและเครื่องใน และในแถลงการณ์ร่วมของทั้ง 2 ประเทศ ก็ไม่มีเรื่องนี้อยู่ด้วย แต่ในการพบกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) นั้น ยูเอสทีอาร์ได้สอบถามถึงการเปิดตลาดนำเข้าเนื้อหมูและเครื่องใน ซึ่งอธิบดีกรมปศุสัตว์เป็นผู้ชี้แจงในเรื่องดังกล่าว

สำหรับการนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกและไก่งวง ที่สหรัฐฯ เรียกร้องให้ไทยเปิดนำเข้าจากพื้นที่ที่ปลอดการระบาดของไข้หวัดนก หลังจากที่ไทยห้ามนำเข้า เพราะมีการระบาดของไข้หวัดนกในสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมานั้น กรมปศุสัตว์ จะเป็นผู้หารือกับสหรัฐฯ โดยสหรัฐฯ จะต้องส่งรายชื่อโรงงานที่ผลิตสัตว์ปีกและไก่งวงมาให้กรมปศุสัตว์ หลังจากนั้น กรมปศุสัตว์จะต้องเดินทางไปตรวจสอบโรงงานว่าปลอดภัยจริงหรือไม่ แต่ขณะนี้ สหรัฐฯ ยังไม่จัดส่งรายชื่อโรงงานมาให้ไทยแต่อย่างใด

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ ได้ทำหนังสือถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว โดยระบุถึงคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ รับเป็นเจ้าภาพในการตั้งคณะทำงานหารือร่วมกับสหรัฐฯ เพราะกรมปศุสัตว์ เป็นผู้ดูแลกฎหมายที่ห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดงผสมในอาหารสัตว์ และห้ามนำเข้าเนื้อสัตว์ และเครื่องในที่มีสารเร่งเนื้อแดง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การตั้งคณะทำงานขึ้นมาหารือกับสหรัฐฯ เพื่อพิจารณาแนวทางการนำเข้าหมูและเครื่องใน ที่มีสารเร่งเนื้อแดงจากสหรัฐฯ เนื่องจากสหรัฐฯ เรียกร้องให้เปิดนำเข้ามาตลอด และต้องการให้ไทยทำตามมาตรฐานโครงการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (โคเด็กซ์) ที่อนุญาตให้ใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยงสัตว์ และกำหนดปริมาณตกค้างได้เล็กน้อย 

ทั้งนี้ ประเทศไทย มีกฎหมาย 2 ฉบับ ที่ห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดง (แรคโตพามีน) และห้ามพบการตกค้างในเนื้อสัตว์และเครื่องใน คือ พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 ที่ห้ามผู้เลี้ยงผสมสารเร่งเนื้อแดงในอาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์ รวมถึงหมู เพราะจะทำให้สารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสัตว์ และผู้บริโภคได้รับอันตรายจากการบริโภค

รวมถึงยังห้ามนำเข้าเนื้อสัตว์และเครื่องในจากต่างประเทศ และประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2546 เรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีการปนเปื้อนสารเคมีกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ โดยห้ามมีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสัตว์ และหมูในประเทศอย่างเด็ดขาด ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท