ข่าวปูดคนไทยป่วนดิจิทัล ทุจริตอับดับ5ของเอเชีย - kachon.com

ปูดคนไทยป่วนดิจิทัล ทุจริตอับดับ5ของเอเชีย
เศรษฐกิจ

photodune-2043745-college-student-s

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. มร.เดฟ ดีมาน กรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็กซ์พีเรียน เอเชีย แปซิฟิก ผู้ให้บริการข้อมูลชั้นนำระดับโลก แถลงข่าวเรื่องการเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกของพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัลเกี่ยวกับปัญหาการทุจริต ในหัวข้อ “Digital Consumer Insights 2018: Convenience, Privacy and the Consumer Fraud Response Cycle” ที่โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ 

โดย มร.เดฟ ระบุว่า ปัจจุบันพบว่าคนไทยมีการซื้อขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์มากถึง 83% สินค้าและบริการที่ได้รับความนิยมสูงสุดใน 3 อันดับแรก คือ ความงาม แฟชั่น และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งสามารถตอบโจทย์ในเรื่องของความสะดวกสบายสำหรับการซื้อขาย ทำให้การจ่ายเงินในระบบลื่นไหล แต่เนื่องจากคนไทยไม่ได้คำนึงถึงเรื่องความสำคัญในการให้ข้อมูลที่เป็นจริง จึงเกิดปัญหาการทุจริตในรูปแบบต่าง ๆ ขึ้น โดยงานวิจัยได้มีการแบ่งกลุ่มผู้บริโภคเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.ผู้ใช้ในระบบดิจิทัล ที่เน้นความสะดวกสบาย ไม่คิดถึงการทุจริต เพราะว่าได้รับการปกป้องจากทางบริษัทที่ได้ใช้บริการ และ 2.ผู้ปฏิบัติงานบนระบบดิจิทัล จะมีการป้องกันข้อมูลของตนเองสูงและหลีกเลี่ยงการซื้อของออนไลน์ 

"อย่างไรก็ตามประเทศไทย แม้จะจัดอยู่ในกลุ่มที่ 1 คือผู้ใช้ในระบบดิจิทัล แต่ก็พบว่าผู้บริโภคของไทยมักจะหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลที่แท้จริง ซึ่ง 3.8% ได้ออกมายอมรับว่า ได้มีการให้ข้อมูลที่เป็นเท็จเพื่อป้องกันการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว โดย 35% เป็นข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ชื่อนามสกุล อีก 30% เป็นข้อมูลประชากร เช่น เพศ อายุ รายได้ ระดับการศึกษา และอีก 25% จะเป็นข้อมูลที่ได้รับการป้องกันอย่างรายละเอียดการจ่ายเงิน ที่ไม่สามารถเผยแพร่ได้ จนขณะนี้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่ถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้น ๆ เกี่ยวกับปัญหานี้" มร.เดฟ กล่าวและเผยต่อไปว่า  

ผู้บริโภคยังคงตั้งใจให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ละเลยการให้ข้อมูลสำคัญแก่บริษัทที่ได้ใช้บริการ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดาย เพราะหากให้ข้อมูลที่เป็นจริง จะสามารถยืนยันตัวตนของผู้บริโภคออนไลน์และสามารถแก้ปัญหาการทุจริตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ทางบริษัทต่าง ๆ จะต้องมีมาตราการการแก้ไขปัญหาร่วมกับเทคโนโลยี เพื่อเตรียมรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น แม้ทางรัฐบาลไทยจะผลักดันให้มีการลงทะเบียนซิมการ์ดทั่วประเทศด้วยข้อมูลชีวภาพของบุคคล เช่น การสแกนลายนิ้วมือ การจดจำใบหน้าและเสียง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัย แต่มีเพียง 15% เท่านั้นที่ยินยอมให้ใช้ข้อมูลชีวภาพได้ ซึ่งประเทศไทยติดอันดับที่ 4 ของเอเชีย ตามหลังเขตเศรษฐกิจที่กำลังพัฒนาอย่างประเทศ อินเดีย จีน และเวียดนาม

"ประเทศไทยยังติดอันดับที่ 2 ของการใช้โทรศัพท์มากที่สุดในการทำธุรกรรมออนไลน์ ทั้งยังเกิดการทุจริตสูงถึงอับดับที่ 5 ของภูมิภาคเอเชีย ซึ่งผู้บริโภคไทย 51% จะทำการเปลี่ยนผู้ให้บริการเมื่อเกิดการทุจริต ซึ่งส่วนใหญ่ 84% เชื่อว่าการทุจริตนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ แต่จริง ๆ แล้ว การทุจริตจะป้องกันได้ หากผู้บริโภคให้ข้อมูลที่เป็นจริง และทางผู้ให้บริการเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภค ซึ่งความเชื่อใจเท่านั้นที่จะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือของทั้ง 2 ฝ่าย" มร.เดฟ กล่าวทิ้งทาย.