ข่าว'สมาคมผู้ค้าเหล็ก' ร้องพาณิชย์ยับยั้งกฎหมาย AC - kachon.com

'สมาคมผู้ค้าเหล็ก' ร้องพาณิชย์ยับยั้งกฎหมาย AC
เศรษฐกิจ

photodune-2043745-college-student-s
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ผู้บริโภคเหล็กในประเทศหลายกลุ่มกว่า 200 ราย รวมตัวขอเข้าพบ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว. พาณิชย์  เพื่อเรียกร้องให้ชะลอการเสนอร่างแก้ไข พระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ (ฉบับที่...) พ.ศ. .... ซึ่งมีการเพิ่มเติมบทบัญญัติเรื่อง การตอบโต้สินค้าหลบเลี่ยง (Anti-Circumvention: AC) เพื่อให้ภาครัฐสามารถขยายขอบเขตการเรียกเก็บอากรให้ครอบคลุมถึงสินค้า ที่นําเข้ามาใช้ทดแทนสินค้าที่มีการทุ่มตลาดได้ด้วย 

โดยกระทรวงพาณิชย์คาดว่าจะช่วยป้องกันการเลี่ยงอากรของผู้นําเข้าสินค้าทุ่มตลาดได้ดีขึ้น และจะเป็นการช่วยผู้ผลิตวัตถุดิบเหล็กในประเทศให้สามารถขายสินค้าให้แก่โรงงานรายย่อยในประเทศได้มากขึ้น แต่กลับจะส่งผลลบทําให้สินค้าทุกอย่างที่ผลิตจากเหล็กที่โดนมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-Dumping: AD) และมาตรการตอบโต้สินค้าหลบเลี่ยง (Anti-Circumvention: AC) ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์หลายพันรายการ มีราคาสูงขึ้นสูงสุดถึง 30% เนื่องจากโรงงานถูกบีบให้ใช้วัตถุดิบในประเทศ เปิดช่องให้ผู้ผลิตในประเทศสามารถร่วมกันกําหนดราคาได้ตามที่ต้องการ แต่ผลประโยชน์กลับไหลออกนอกประเทศ เพราะส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่มีต่างชาติถือหุ้นใหญ่ โดยกฎหมายนี้จะส่งผลกระทบถึงสินค้านําเข้าทุกชนิดทั้งที่โดนใช้มาตรการ AD อยู่แล้วในปัจจุบันและอนาคตต่อไป ไม่เฉพาะสินค้าเหล็กเท่านั้น



ด้าน นายชัยฤทธิ์ วศินสมบัติ ตัวแทนสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์คอนกรีตไทย กล่าวว่า สมาชิกสมาคมฯ เป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์คอนกรีต เช่น เสาเข็ม เสาไฟฟ้า แผ่นพื้นสําเร็จรูป คานสะพาน ชิ้นส่วนโครงสร้างสําเร็จรูป เป็นต้น ซึ่งต้องใช้เหล็กปลายน้ำหลายชนิดเป็นวัตถุดิบในการผลิต ที่มาวันนี้ เนื่องจากเห็นว่า กฎหมายนี้มุ่งปกป้องตลาดในประเทศ โดยใช้วิธีกําหนดอากรเพื่อสกัดกั้น สินค้านําเข้า อาจจะเป็นข้อดีที่จะทําให้อุตสาหกรรมเหล็กกลางน้ำในประเทศไม่ได้รับผลกระทบจากสินค้าที่มาจากประเทศอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีน แต่ในอีกแง่หนึ่งน่าจะมีผลทําให้สินค้า ทั้งสินค้ากลางน้ำ ปลายน้ำ และสินค้าต่อเนื่อง มีราคาสูงขึ้นทั้งตลาด เพราะผู้ผลิตเหล็กกลางน้ำในประเทศซึ่งมีรายใหญ่ไม่กี่ราย จะสามารถขึ้นราคาได้ง่าย 

“ก่อนหน้านี้อาจจะทําไม่ได้เพราะต้องคํานึงถึงการแข่งขันกับสินค้าของประเทศอื่น ผู้ผลิตเหล็กปลายน้ำที่ซื้อเหล็กเหล่านี้มาผลิตสินค้าก็จะมีต้นทุนสูงขึ้น สินค้าต่อเนื่อง เช่น เสาเข็มแผ่นพื้น ฯลฯก็จะมีราคาสูงขึ้นตามไปด้วย ประชาชน-ผู้รับเหมา ก็ต้องซื้อของในราคาที่แพงขึ้น กระทั่งการก่อสร้างภาครัฐเองก็จะได้รับผลกระทบไปด้วยซึ่งเห็นว่ากฎหมายใหม่กําหนดว่าแม้แต่สินค้าที่เป็นคนละชนิดกันแต่สามารถใช้ทดแทนกันได้ก็จะโดนเรียกเก็บอากรไปด้วย กลายเป็นว่า ผู้บริโภคสินค้าที่เกี่ยวกับเหล็กจะต้องแบกรับภาระด้านราคาเป็นทอดๆ ไป ในภาพรวมแล้ว จึงน่าจะส่งผลในทางลบต่อวงการก่อสร้างของประเทศไทย” นายชัยฤทธิ์ กล่าว



นายอภิชาติ ประสิทธิ์นฤทธิ์ นายกสมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์และพันธมิตร กล่าวว่า งานของสมาคมฯ คือให้การสนับสนุนในด้านต่าง ๆ แก่ผู้ดําเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลางและขนาดย่อมให้มีความเข้มแข็งขึ้นในการดําเนินธุรกิจ ซึ่งกฎหมายที่แก้ไขนี้จะทําให้เหล็กที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ซื้อมาใช้ในการก่อสร้าง ซ่อมแซม ต่อเติม เช่น เหล็กรูปพรรณ เอชบีม ไวด์แฟลงจ์หลังคาเมทัลชีท นอตสกรูฯลฯ มีราคาสูงขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากผู้ผลิตเหล็กเหล่านี้จะมีทางเลือกในด้านวัตถุดิบน้อยลง และจําต้องผลักภาระราคาต่อมาให้ผู้ใช้ขั้นสุดท้ายจะกระทบถึงลูกค้าของ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ด้วยที่จะต้องแบกรับค่าก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น

นายพันธนวุฒิ ถิ่นคําแปง เลขาธิการสมาคมการค้าผู้ผลิตหลังคาเหล็กไทย กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มผู้ผลิตหลังคาเหล็ก(โรงรีดเมทัลชีท) กว่า 1,300 ราย ใช้วัตถุดิบคือเหล็กแผ่นรีดเย็นจากผู้ผลิตวัตถุดิบในประเทศเป็นหลัก เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์ กําหนดมาตรการ AD เพื่อกีดกันการนําเข้าจากจีน เกาหลีใต้ไต้หวันและเวียดนามซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบใหญ่ที่มีราคาถูกและมีคุณภาพดีแต่ปรากฏว่าผู้ผลิตวัตถุดิบในประเทศเองก็ไม่สามารถผลิตได้เพียงพอกับความต้องการใช้งานและต้องไปนําเข้าจากประเทศอื่นที่ไม่โดนมาตรการ ADมาขายต่ออีกทีโดยที่นําเข้ามาได้เนื่องจากเป็นบริษัทในเครือเดียวกันเอง ที่ผ่านมาผู้ผลิตหลังคาเหล็กทั่วประเทศ จึงต้องประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบอยู่แล้ว หากกฎหมายใหม่ออกมาปิดกั้นการนําเข้าสินค้าที่ใช้ทดแทนกันได้ซ้ำเข้าไปอีก ก็อาจจะทําให้ถึงกับต้องเลิกกิจการ เพราะประสบปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบสินค้าสําเร็จรูปก็จะไหลเข้ามาแทน การจ้างงานโรงละ12 -20คน/โรง รวมแล้วร่วม16,000 -26,000คน ทั่วประเทศจะหายไปทันทียังไม่รวมถึงครอบครัวของคนงานเหล่านี้และการที่แต่ละโรงรีดไปกู้เงินจากสถาบันการเงินมาลงทุนก็จะกระทบไปทั้งหมด



นายสุนทร กระตุฤกษ์ อุปนายกสมาคมผู้ผลิตลวดเหล็กแรงดึงสูง ซึ่งผลิตสินค้าใช้ในงานก่อสร้างขนาดใหญ่ เช่น สะพาน ทางด่วน ฯลฯ เสนอให้ตัดมาตรา 15 ของร่าง พรบ.ฯ ดังกล่าว ซึ่งเพิ่มความของหมวด 10/1 การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน มาตรา 71/1 ถึงมาตรา 71/21แห่ง พรบ. การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. 2542 ออกทั้งหมด เนื่องจากเป็นการขยายขอบเขตอํานาจการเรียกเก็บอากรและการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่มากเกินสมควรแม้แต่สินค้าที่เป็นคนละชนิดกันแต่สามารถใช้ทดแทนสินค้าที่โดนมาตรการAD ได้กฎหมายก็มองเป็นสินค้าที่ หลบเลี่ยงอากรทั้งหมด ซึ่งไม่ถูกต้อง มาตรการ AD ที่ใช้ก็เพียงพอแล้ว สําหรับโรงงานในประเทศที่ยังไม่มีความพร้อมด้านปริมาณการผลิต ยังต้องพึ่งพาวัตถุดิบต้นน้ําจากต่างประเทศ ขณะที่ประเทศอื่นที่ใช้มาตรการ AC มีความพร้อมในทุกด้าน

นายเบญจพงษ์โล่ห์ชิตกุล นายกสมาคมเหล็กลวด ซึ่งประกอบด้วยผู้ใช้เหล็กลวดเป็นวัตถุดิบ ในการผลิตสินค้าต่อเนื่อง เช่น ตะปูนอต สกรูตะแกรงเหล็ก ลวดชุบ เพลา ลวดเชื่อม เฟอร์นิเจอร์ ชิ้นส่วนยานยนต์ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้มีผลกระทบในวงกว้างและรุนแรง มากกว่าที่กระทรวงพาณิชย์ประเมิน ทั้งประชาชน ผู้รับเหมา การก่อสร้างของภาครัฐ ทุกคนที่ใช้สินค้าจากเหล็กเหล่านี้จะต้องตกเป็นผู้รับภาระราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยให้โรงงานรายใหญ่ไม่กี่โรงได้กําไร ดังนั้น แทนที่ภาครัฐจะออกกฎหมายมาปิดกั้นการนําเข้า ควรปรับปรุงกระบวนการไต่สวน ADให้มีประสิทธิภาพขึ้นมากกว่า จะได้ทราบถึง ปัญหา-ข้อมูล-ข้อเท็จจริงในอุตสาหกรรมเหล็กอย่างแท้จริง ผู้นําเข้าจะได้ไม่ตกเป็นจําเลยสังคมอย่างทุกวันนี้ 



ขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าว อยู่ระหว่างการพิจารณาของสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหากผ่านขั้นตอนนี้ก็จะนําเสนอคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป  ทั้งนี้ นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เป็นผู้รับหนังสือ.