ข่าว'สมคิด'สั่งคมนาคมลุยโครงการ 1 ล้านล้านอย่ารอรัฐบาลใหม่ - kachon.com

'สมคิด'สั่งคมนาคมลุยโครงการ 1 ล้านล้านอย่ารอรัฐบาลใหม่
เศรษฐกิจ

photodune-2043745-college-student-s

   
    เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ที่กระทรวงคมนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้มาติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการต่างๆ ของ 24 หน่วยงานสังกัดกระทรวงคมนาคม โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม พร้อมด้วยผู้บริหาร ร่วมประชุมพร้อมเพรียง โดยกระทรวงคมนาคมได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินโครงการต่างๆ ในภาพรวม ประกอบด้วย โครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง, โครงการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติแล้ว เตรียมประกวดราคา และโครงการที่จะเสนอ ครม. อนุมัติ รวม 20 โครงการ วงเงินรวมประมาณ 1 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย ภายในเดือน ต.ค.61 จำนวน 5 โครงการ, ภายในเดือน พ.ย.62 จำนวน 2 โครงการ, ภายในเดือน ธ.ค.61 จำนวน 6 โครงการ ภายในเดือน ม.ค.62 จำนวน 5 โครงการ และโครงการที่จะเร่งรัดนำเสนอคณะกรรมการพีพีพี จำนวน2 โครงการ 

    นายสมคิด กล่าวว่า ขอให้ผู้บริหารทุกหน่วยงานเร่งรัดโครงการต่างๆ อย่าให้ชะลอ หรือดีเลย์จากกรอบที่วางไว้ แม้จะเป็นช่วงใกล้เลือกตั้งก็ไม่ควรล่าช้า ไม่ต้องรอรัฐบาลใหม่มาให้นโยบาย โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ต้องดูแลให้ใสสะอาด ซื่อสัตย์ ทุกอย่างต้องโปร่งใส เช่น มอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการใหม่ ต้องทำให้โปร่งใส ถ้าไม่โปร่งใสไม่ต้องทำ ทุกหน่วยงานต้องสามัคคี อย่าทะเลาะกัน ประชุมงานแบบกลุ่มย่อย และควรอัพเดทการดำเนินโครงการต่างๆ ให้ประชาชนได้ทราบ และเข้าใจแบบง่ายๆ ว่าปีนี้จะทำอะไร และที่ผ่านมาทำอะไรบ้าง มิฉะนั้นประชาชนจะไม่รู้เลยว่ารัฐบาลทำอะไร และที่สำคัญการทำโครงการต่างๆ ควรดึงให้ประชาชนมีส่วนร่วม เช่น โครงการไทยแลนด์ริเวียร่า กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ควรลงพื้นที่ และหารือกับคนในท้องถิ่นว่าจะสร้างถนนเส้นทางใดบ้าง เพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งจะทำให้ประชาชนตื่นตัว และเห็นคุณค่าของโครงการว่าเกิดประโยชน์กับชาวบ้านอย่างแท้จริง รวมทั้งขอให้ ทช. เปลี่ยนชื่อโครงการถนนเลียบชายฝั่งทะเลตะวันตกด้วย เพราะทำโครงการในชายฝั่งทะเลทางใต้ ไม่ใช่ตะวันตก

    นายสมคิด กล่าวต่อว่า ขณะนี้นโยบายหลักของรัฐบาลคือ การท่องเที่ยวเมืองรอง ซึ่งโครงการนี้จะประสบความสำเร็จได้ต้องมีถนน และระบบขนส่งสาธารณะเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหารือร่วมกันว่าเมืองรองใดบ้างยังไม่มีถนนเข้าถึง และต้องทำที่เมืองรองใดก่อน เช่น จ.อุตรดิตถ์ เป็นจังหวัดที่สวยงาม มีเมืองลับแล ผลไม้เยอะ แต่นักท่องเที่ยวเดินทางไปไม่ถึง เพราะไม่รู้จะไปอย่างไร เป็นต้น ขณะเดียวกันได้มอบการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และกรมเจ้าท่า ไปหาแนวทางเปิดเส้นทางรถไฟเชื่อมท่าเรือชุมพร เพื่อข้ามไประนอง ซึ่งต้องทำให้ได้ในปี 62 ขณะที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ต้องเร่งโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-บางขุนนนท์ และสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ให้เปิดประกวดราคาได้ภายในปี 61

    นายสมคิด กล่าวด้วยว่า สำหรับการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ต้องอัพเกรดท่าเทียบเรือชุมพรให้ดี ส่วนกรมเจ้าท่าต้องไปพิจารณาเปิดเส้นทางเดินเรือใหม่ๆ เชื่อมเกาะมะริด และพัฒนาท่าเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาให้ทันสมัย เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว ส่วนการบินไทยแผนการจัดซื้อเครื่องบินต้องชัดเจน และเสนอคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ภายใน 30 วันนับจากนี้ และภายในเดือน ธ.ค.61 ต้องประกาศให้ได้ว่าซื้อกี่ลำ และเครื่องบินรุ่นใดบ้าง นอกจากนี้ต้องหารือในไทยกรุ๊ปให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไรกับสายการบินนกแอร์ จะทำต่อหรือไม่ทำต่อ ถ้าไม่ทำก็ไม่ทำ อย่าทิ้งครึ่งๆ กลางๆ แบบนี้ ถ้ายังปล่อยให้มีปัญหาก็จะเปลี่ยนบอร์ดการบินไทยทั้งชุด ขณะที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ต้องคอยสนับสนุนการบินไทย และให้พิจารณาว่าจะสามารถไปบริหารในต่างประเทศได้หรือไม่ เพราะเวลานี้ ทอท. มีศักยภาพมากพอสมควร หากสามารถเข้าไปบริหารสนามบินประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้ ก็จะเกิดประโยชน์กับประเทศชาติมาก

    ด้านนายอาคม กล่าวว่า นายสมคิด ได้มอบให้แต่ละหน่วยงานไปพิจารณาข้อกฎหมายว่าสามารถนำโครงการต่างๆ มาเปิดให้ระดมทุนผ่านกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ได้หรือไม่ เช่น โครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ พร้อมกันนี้ได้เน้นย้ำการพัฒนาท่าเทียบเรือชายฝั่ง เพราะจะมีบทบาทในการขนส่งมากขึ้น ได้มอบให้พัฒนาท่าเทียบเรือชุมพร ท่าเทียบเรือสุราษฎร์ธานี รวมทั้งสร้างความเชื่อมโยงระหว่างท่าเรือระนองกับท่าเรือในต่างประเทศ เช่น เชื่อมต่อกับเกาะมะริด ประเทศเมียนมา สามารถทำได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อขยายขีดความสามารถในการขนส่งทางทะเล.