ข่าวกนอ.วางแผนพัฒนาที่ดินฯ-ท่าเรือ25,000ล้าน - kachon.com

กนอ.วางแผนพัฒนาที่ดินฯ-ท่าเรือ25,000ล้าน
เศรษฐกิจ

photodune-2043745-college-student-s
น.ส.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ.ตั้งเป้ายอดขาย/เช่าที่ดินปีงบประมาณ 62 (ต.ค.61-ก.ย.62) ไว้ที่ 3,500 ไร่  เงินลงทุนกว่า 25,000 ล้านบาท เน้นพัฒนานิคมอุตสาหกรรรมให้เป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อรองรับนักลงทุนและกลุ่มอุตสาหกรรมทุกประเภท โดยเฉพาะการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี และเขตพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน หรือเอสอีแซด  พร้อมกับการยกระดับนิคมอุตสาหกรรมเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์ และมุ่งพัฒนาการจัดสรรที่ดิน ระบบสาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวก และการให้บริการผ่านระบบเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิประโยชน์และโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดนักลงทุนให้เพิ่มขึ้นในทุกพื้นที่

สำหรับผลการดำเนินงานงบประมาณ 61 ที่ผ่านมา ต.ค.60-ก.ย.61  มียอดขายพื้นทื่/เช่า จำนวน 1,377 ไร่ มีเงินสงทุนรวมกว่า 28,000 ล้านบาท เกิดการจ้างงานกว่า 3,446 คน โดยการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจสูงสุด ได้แก่ การผลิตอื่น ๆ  การผลิตโลหะขั้นมูลฐาน เครื่องเรือนหรือเครื่องตกแต่งในอาคารจากไม้ แก้ว ยาง หรือโลหะอื่นๆ  อุตสาหกรรมเครื่องไช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องมือวิทยาศาสตร์  ยาและผลิตภัณฑ์

อย่างไรก็ตาม  นักลงทุนต่างชาติที่มีการลงทุนมากที่สุด ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน ไต้หวั่น สิงคโปร์ และเนเธอร์แลนด์ โดยกนอ.มีนิคมอุตสาหกรรม 55 แห่ง ใน 16 จังหวัด โดยมืพื้นที่สำหรับขาย/เช่า (รวมพื้นที่สาธารณูปโภค) 108,470 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ขายและเช่าแล้ว 88,166 ไร่ และคงเหลือพื้นที่พร้อมสำหรับขาย/เช่า 20,304 ไร่ มูลค่าการลงทุนสะสม 2.97 ล้านล้านบาท



น.ส.สมจิณณ์  กล่าวว่า  ความคืบหน้าโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3  มูลค่า 55,400 ล้านบาท ได้ผ่านการเห็นชอบหลักการของโครงการจากคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก เมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมาแล้ว พร้อมประกาศเชิญชวนนักลงทุนประมาณปลายเดือนต.ค. 61 และจะให้ภาคเอกชนยื่นซองประมูลประมาณเดือนม.ค. 62 โดยในช่วงต้นเดือน ก.พ.62 คาดว่าจะประกาศผลการคัดเลือกภาคเอกชน และเซ็นสัญญาในเดือนเดียวกัน โดย กนอ.จะเร่งเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบให้ทันภายในปี 68

ทั้งนี้ เป็นไปตามแผนการพัฒนานิมคมในพื้นที่อีอีซี ซึ่งได้วางแนวทางการพัฒนาได้แก่ การส่งเสริมนิคมฯให้เป็นเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อต้องการให้แต่ละนิคมฯมีการพัฒนาพื้นที่ในนิคมฯให้มีความทันสมัย เช่น การจัดทำนวัตกรรม หรือเขตนวัตกรรมดิจิทัล ซึ่งในปัจจุบันได้มีประกาศเป็นเขตส่งเสริมอุตสาหกรรม สำหรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายแล้วจำนวน 21 แห่ง

ส่วนการพัฒนาเมกะโปรเจ็กต์อื่น ๆ กนอ.ยังมีโครงการนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทปาร์คใน จ.ระยอง ปัจจุบันได้ทำการยื่นรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) เมื่อเดือน มิ.ย. 61 คาดว่าจะใช้เวลาการพิจารณาประมาณ 1 ปี หรือช่วงต้นปี 63 ซึ่งแผนต่อไปหลังจากได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว จะดำเนินการจัดจ้างผู้รับเหมาก่อสร้าง และเริ่มการพัฒนาในช่วงปลายปี 63 คาดว่าจะไช้ระยะเวลา 2 ปี จากนั้นจะเปิดให้บริการช่วงปลายปี 64

ด้านแนวโน้มการลงทุนในปีหน้าดีขึ้น จากปัจจัยการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ มาตรการจูงใจใหมเอกชนมาร่วมลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ  และการเลือกตั้งที่จะทำให้ความมั่นใจของนักลงทุนมีมากขึ้น แต่ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนที่อาจมีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุน