แรงซื้อหุ้นบิ๊กแคปหนุนดัชนีหุ้นไทยเขียวยกแผง
เศรษฐกิจ
นายพบชัย ภัทราวิชญ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเชียพลัส เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยปิด 1,592.72 จุด บวก 17.59 จุด หรือ 1.12 % โดยระหว่างวันเคลื่อนไหวสูงสุดที่ระดับ 1,596.97 จุด และต่ำสุดที่ระดับ 1,582.69 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 44,999.66 ล้านบาทว่า ตลาดหุ้นไทยบวกร้อนแรงตามตลาดหุ้นต่างประเทศ หลังจากคาดการณ์ว่าผลการเจรจาลดข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนอาจจะออกมาในทิศทางที่ดี ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดอาจไม่เร่งรีบขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้หรืออาจปรับลดดอกเบี้ยลงทำให้ตลาดหุ้นเอเชียเขียวทุกตลาด เช่น ญี่ปุ่นบวก 2.4% ไต้หวัน 2.21% สิงคโปร์ 1.4% เกาหลีใต้ 1.34% และจีน 0.72%

นอกจากนี้ราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นหนุนหุ้นในกลุ่มพลังงานคึกคัก ทั้ง PTT,PTTEP,TOP,PTTEP และมีแรงซื้อหุ้นในกลุ่มแบงก์ เช่น BBL,SCB,KBANK กลุ่มค้าปลีก สื่อสาร และโรงพยาบาล โดยหุ้นขนาดใหญ่ เปิดศักราชมาค่อนข้างดี และดัชนีตลาดหุ้นไทยขึ้นมาแล้วตั้งต้นปีจนถึงปัจจุบัน 1.84% มองแนวโน้มดัชนีพรุ่งนี้อาจขึ้นต่อแต่ไม่แรงลักษณะไซด์เวย์หรือไซด์เวย์อัพ มองแนวรับที่ 1,585 จุด แนวต้านที่ 1,600 จุด หากผ่านไปได้แนวต้านถัดไปที่ 1,610 จุด และอาจมีแรงขายย่อตัวในช่วงท้ายตลาด ด้านกลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นอิงเศรษฐกิจในประเทศ เช่น ค้าปลีก ได้ประโยชน์จับจ่ายใช้สอย การเลือกตั้ง แม้ว่าเลื่อนเลือกตั้งออกไปแต่ยังอยู่ในกรอบเวลาที่รับกันได้ กลุ่มแบงก์ค่อย ๆ ฟื้นตัวตามแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น คาดว่าแบงก์จะขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้เร็ว ๆ นี้บวกกับลงทุนภาครัฐส่งผลให้ความต้องการใช้สินเชื่อเพิ่ม รวมถึงโรงพยาบาล

นอกจากนี้ราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นหนุนหุ้นในกลุ่มพลังงานคึกคัก ทั้ง PTT,PTTEP,TOP,PTTEP และมีแรงซื้อหุ้นในกลุ่มแบงก์ เช่น BBL,SCB,KBANK กลุ่มค้าปลีก สื่อสาร และโรงพยาบาล โดยหุ้นขนาดใหญ่ เปิดศักราชมาค่อนข้างดี และดัชนีตลาดหุ้นไทยขึ้นมาแล้วตั้งต้นปีจนถึงปัจจุบัน 1.84% มองแนวโน้มดัชนีพรุ่งนี้อาจขึ้นต่อแต่ไม่แรงลักษณะไซด์เวย์หรือไซด์เวย์อัพ มองแนวรับที่ 1,585 จุด แนวต้านที่ 1,600 จุด หากผ่านไปได้แนวต้านถัดไปที่ 1,610 จุด และอาจมีแรงขายย่อตัวในช่วงท้ายตลาด ด้านกลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นอิงเศรษฐกิจในประเทศ เช่น ค้าปลีก ได้ประโยชน์จับจ่ายใช้สอย การเลือกตั้ง แม้ว่าเลื่อนเลือกตั้งออกไปแต่ยังอยู่ในกรอบเวลาที่รับกันได้ กลุ่มแบงก์ค่อย ๆ ฟื้นตัวตามแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น คาดว่าแบงก์จะขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้เร็ว ๆ นี้บวกกับลงทุนภาครัฐส่งผลให้ความต้องการใช้สินเชื่อเพิ่ม รวมถึงโรงพยาบาล

Webmaster
2019-01-07 17:23:00
20
