หุ้นไทยปิดบวกเล็กน้อยแรงซื้อขนส่ง-ไฟฟ้าหนุน
เศรษฐกิจ
นายพบชัย ภัทราวิชญ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเชียพลัส เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,594 จุด เพิ่มขึ้น 1.28 จุด หรือ 0.08 % ระหว่างวันเคลื่อนไหวสูงสุด 1,597.35 จุด และต่ำสุดที่ 1,587.47 จุด มูลค่าการซื้อขาย 35,671.26 ล้านบาทว่า ดัชนีตลาดหุ้นปิดบวกเล็กน้อย และมูลค่าซื้อขายเบาบาง เป็นผลมาจากปัจจัยบวกต่างประเทศ โดยเฉพาะการรอฟังผลการเจรจาระหว่างสหรัฐและจีนลดข้อพิพาททางการค้า คาดว่าเป็นไปด้วยดีประณีประนอมมากขึ้น เช่น สหรัฐฯอาจเลื่อนเวลาการจัดเก็บภาษี 25% ขณะที่จีนอาจมีการนำเข้าสินค้าบางประเภทจากสหรัฐฯเพิ่ม

ส่วนตลาดหุ้นต่างประเทศกระจัดกระจายค่อนไปทางปรับตัวลง ซึ่งตลาดหุ้นญี่ปุ่น 0.82 % ฮ่องกง 0.15% สิงคโปร์ 0.65% ที่เหลือปรับตัวลดลง เช่น เกาหลีใต้ 0.58% ไต้หวัน 0.28% และจีน 0.26% ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐบวกนิดหน่อยทำให้แรงส่งแผ่วลง ด้านกลุ่มหุ้นที่ดันตลาด เช่น AOT,GULF,IVL,DTAC เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นยังไม่ผ่านแนวต้านสำคัญ 1,600 จุดไปได้ ดังนั้นแนวโน้มพรุ่งนี้ประเมินแกว่งไซด์เวย์ออกข้าง มองแนวรับที่ 1,580 จุด แนวต้านที่ 1,600 จุด โดยคืนนี้รอผลการเจรจาระหว่างสหรัฐฯและจีน และพรุ่งนี้รอฟังผลการเปิดเผยผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) และแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ ซึ่งมองว่าในปีนี้อาจขึ้นได้ครั้งเดียว
ส่วนเรื่องเบร็กซิท(การออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปหรืออียูของอังกฤษ) เป็นไปได้เลื่อนออกออกไปจากเดิมที่กำหนดเป็นวันที่ 29 มี.ค.นี้ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีอังกฤษยังไม่ได้นำเรื่องนี้เข้าสภาฯ มีความเสี่ยงอาจไม่ทันเวลาที่วางไว้ การชัตดาวน์ปิดหน่วยงานสหรัฐยังยืดเยื้อ ขณะที่ในประเทศยังเป็นเรื่องการเมืองต้องรอความชัดเจนวันเลือกตั้งจะออกมาเป็นวันไหนทำให้ดัชนีขาดปัจจัยหนุน กลยุทธ์การลงทุนเน้นโกลบอล เช่น น้ำมัน เพราะราคาเริ่มฟื้นตัว กลุ่มที่อิงเศรษฐกิจในประเทศ เช่น ค้าปลีก และแบงก์ รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ คาดผลประกอบการไตรมาส 4 สูงสุดและปันผลสูง ตลอดจนสื่อสาร สะท้อนประเด็นลบไปมาก

ส่วนตลาดหุ้นต่างประเทศกระจัดกระจายค่อนไปทางปรับตัวลง ซึ่งตลาดหุ้นญี่ปุ่น 0.82 % ฮ่องกง 0.15% สิงคโปร์ 0.65% ที่เหลือปรับตัวลดลง เช่น เกาหลีใต้ 0.58% ไต้หวัน 0.28% และจีน 0.26% ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐบวกนิดหน่อยทำให้แรงส่งแผ่วลง ด้านกลุ่มหุ้นที่ดันตลาด เช่น AOT,GULF,IVL,DTAC เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นยังไม่ผ่านแนวต้านสำคัญ 1,600 จุดไปได้ ดังนั้นแนวโน้มพรุ่งนี้ประเมินแกว่งไซด์เวย์ออกข้าง มองแนวรับที่ 1,580 จุด แนวต้านที่ 1,600 จุด โดยคืนนี้รอผลการเจรจาระหว่างสหรัฐฯและจีน และพรุ่งนี้รอฟังผลการเปิดเผยผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) และแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ ซึ่งมองว่าในปีนี้อาจขึ้นได้ครั้งเดียว
ส่วนเรื่องเบร็กซิท(การออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปหรืออียูของอังกฤษ) เป็นไปได้เลื่อนออกออกไปจากเดิมที่กำหนดเป็นวันที่ 29 มี.ค.นี้ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีอังกฤษยังไม่ได้นำเรื่องนี้เข้าสภาฯ มีความเสี่ยงอาจไม่ทันเวลาที่วางไว้ การชัตดาวน์ปิดหน่วยงานสหรัฐยังยืดเยื้อ ขณะที่ในประเทศยังเป็นเรื่องการเมืองต้องรอความชัดเจนวันเลือกตั้งจะออกมาเป็นวันไหนทำให้ดัชนีขาดปัจจัยหนุน กลยุทธ์การลงทุนเน้นโกลบอล เช่น น้ำมัน เพราะราคาเริ่มฟื้นตัว กลุ่มที่อิงเศรษฐกิจในประเทศ เช่น ค้าปลีก และแบงก์ รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ คาดผลประกอบการไตรมาส 4 สูงสุดและปันผลสูง ตลอดจนสื่อสาร สะท้อนประเด็นลบไปมาก

Webmaster
2019-01-08 17:30:00
18
