'กิตติพันธ์'ขอความเป็นธรรมถูกกรุงไทยกล่าวโทษหนัก
เศรษฐกิจ
นายกิตติพันธ์ อนุตรโสตถ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ได้ขอเรียกร้องความเป็นธรรมเกี่ยวกับกรณีที่ตนเองถูกกล่าวหาจากธนาคารกรุงไทยว่าในขณะที่เป็นผู้บริหารอยู่ที่ธนาคารกรุงไทยได้ปล่อยสินเชื่อให้กับบมจ.เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ 2 วงเงินรวม 4,500 ล้านบาท จนเกิดความเสียหายแก่ธนาคารจำนวนมาก โดยหลังจากนี้จะยื่นอุทธรณ์ต่อกรุงไทยภายใน 60 วันนับหลังจากวันที่ได้รับข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.61 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ก่อนวันที่ได้รับข้อกล่าวหาจากกรุงไทย ยังได้รับหนังสือให้เข้าไปชี้แจงจากคณะกรรมการตรวจสอบกรณีการปล่อยกู้เอิร์ธ แต่มองว่าข้อกล่าวหายังคลุมเครือ ไม่ชัดเจน ไม่ได้ระบุว่ากระทำผิดอะไร เมื่อไหร่ อย่างไร และมีหลักฐานอะไร จึงยังไม่สามารถชี้แจงได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน จึงได้ร้องขอเอกสารเพิ่มแต่ก็ไม่มีการตอบรับ จนกระทั่งการตรวจสอบสิ้นสุด จึงรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมต่อทั้งตัวเองและวิชาชีพของตนเอง
"ก่อนหน้านี้ผมได้เข้าพบธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)เพื่อตั้งข้อสังเกตในเรื่องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบซึ่งมาจากคณะกรรมการบริหาร เห็นว่าไม่ถูกต้อง แต่ทางธปท.ก็บอกแต่ว่าทำอะไรไม่ได้ต้องรอให้กระบวนการเสร็จสิ้นก่อนซึ่งขณะนี้เสร็จสิ้นแล้ว จึงอยากจะขอความเป็นธรรมให้กับตัวเองในข้อหาที่ร้ายแรงนี้”
นายกิตติพันธ์ กล่าวอีกว่า ตามหนังสือข้อกล่าวหาที่ส่งมาหาผมนั้นระบุว่า ท่านไม่รักษาประโยชน์ของธนาคารและปฎิบัติงานไม่สมกับหน้าที่ ให้ลุล่วงไปอย่างถูกต้องและสุจริต รวมถึงใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์โดยทุจริตโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อบุคคลภายนอกและตนเอง เป็นเหตุให้ธนาคารได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงสำหรับผมและวิชาชีพที่ทำมา จึงต้องขอความเป็นธรรมในครั้งนี้
ทั้งนี้ก่อนวันที่ได้รับข้อกล่าวหาจากกรุงไทย ยังได้รับหนังสือให้เข้าไปชี้แจงจากคณะกรรมการตรวจสอบกรณีการปล่อยกู้เอิร์ธ แต่มองว่าข้อกล่าวหายังคลุมเครือ ไม่ชัดเจน ไม่ได้ระบุว่ากระทำผิดอะไร เมื่อไหร่ อย่างไร และมีหลักฐานอะไร จึงยังไม่สามารถชี้แจงได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน จึงได้ร้องขอเอกสารเพิ่มแต่ก็ไม่มีการตอบรับ จนกระทั่งการตรวจสอบสิ้นสุด จึงรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมต่อทั้งตัวเองและวิชาชีพของตนเอง
"ก่อนหน้านี้ผมได้เข้าพบธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)เพื่อตั้งข้อสังเกตในเรื่องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบซึ่งมาจากคณะกรรมการบริหาร เห็นว่าไม่ถูกต้อง แต่ทางธปท.ก็บอกแต่ว่าทำอะไรไม่ได้ต้องรอให้กระบวนการเสร็จสิ้นก่อนซึ่งขณะนี้เสร็จสิ้นแล้ว จึงอยากจะขอความเป็นธรรมให้กับตัวเองในข้อหาที่ร้ายแรงนี้”
นายกิตติพันธ์ กล่าวอีกว่า ตามหนังสือข้อกล่าวหาที่ส่งมาหาผมนั้นระบุว่า ท่านไม่รักษาประโยชน์ของธนาคารและปฎิบัติงานไม่สมกับหน้าที่ ให้ลุล่วงไปอย่างถูกต้องและสุจริต รวมถึงใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์โดยทุจริตโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อบุคคลภายนอกและตนเอง เป็นเหตุให้ธนาคารได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงสำหรับผมและวิชาชีพที่ทำมา จึงต้องขอความเป็นธรรมในครั้งนี้

Webmaster
2019-01-09 17:00:00
30
