กลุ่มทิสโก้ลุยสินเชื่อรถยนต์-จำนำทะเบียนปีหมู
เศรษฐกิจ
นายสุทัศน์ เรืองมานะมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ทิสโก้ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป จำกัด ( มหาชน ) เปิดเผยว่า การปล่อยสินเชื่อในนี้คาดว่าเติบโต 4% จากปีก่อนที่เติบโต 4.3% เน้นสินเชื่อรถยนต์ เนื่องจากตลาดยังเติบโตดีต่อเนื่อง และปีนี้คาดว่ายอดขายรถยนต์ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคัน รวมถึงสินเชื่อจำนำทะเบียนรถของ สมหวัง เงินสั่งได้ โดยเฉพาะในเขตหัวเมืองใหญ่ ปริมณฑล และพื้นที่ในอีอีซี ส่วนสินเชื่อบ้านปีนี้อยู่ภาวะทรงตัว ขณะที่สินเชื่อเอสเอ็มอี และรายใหญ่เป็นไปตามภาวะตลาด อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ เพื่อควบคุมคุมภาพหนี้ โดยจะยึดตามเกณฑ์ของสมาคมธนาคารไทยที่ภาระหนี้ของลูกค้าต้องไม่เกิน 40-50 % ของรายได้สุทธิ หากลูกหนี้มีภาระหนี้มากเกินไปก็จะกระทบต่อความสามารถในการผ่อนชำระได้ รวมทั้งอาจจะให้ผู้ค้ำประกันเช็คเครดิตบูโรด้วย ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล จะรักษาให้อยู่ประมาณ 2.86 %
สำหรับเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโต 4 % ชะลอลงจากปีก่อนเล็กน้อย จากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก ซึ่งจะทำให้เกิดความผันผวนของตลาดเงินและตลาดทุนโลก โดยต้องติดตามผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลกที่ยังคงยืดเยื้อ การที่รัฐสภาอังกฤษมีมติคว่ำข้อตกลงการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป ( Brexit) รวมทั้งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐ (เฟด) คาดว่าจะปรับขึ้น 1 ครั้งในปีนี้ จะช่วยลดแรงกดดันต่อดอกเบี้ยในประเทศ และมองว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อาจไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อลูกหนี้ไม่ต้องแบกภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่การเลือกตั้งในประเทศเป็นปัจจัยบวก ทำให้เกิดความเชื่อมั่น และมีผลดีให้การบริโภคในประเทศยังขยายตัวต่อเนื่องเช่นเดียวกับการลงทุน โดยเฉพาะจากภาครัฐการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในโครงการพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี เช่น สนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือมาบตาพุด ที่คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างปีนี้จะมีเม็ดเงินลงทุนเป็น 2 เท่า จะทำให้เอกชนมีความเชื่อมั่นและลงทุนเพิ่มขึ้น
สำหรับเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโต 4 % ชะลอลงจากปีก่อนเล็กน้อย จากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก ซึ่งจะทำให้เกิดความผันผวนของตลาดเงินและตลาดทุนโลก โดยต้องติดตามผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลกที่ยังคงยืดเยื้อ การที่รัฐสภาอังกฤษมีมติคว่ำข้อตกลงการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป ( Brexit) รวมทั้งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐ (เฟด) คาดว่าจะปรับขึ้น 1 ครั้งในปีนี้ จะช่วยลดแรงกดดันต่อดอกเบี้ยในประเทศ และมองว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อาจไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อลูกหนี้ไม่ต้องแบกภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่การเลือกตั้งในประเทศเป็นปัจจัยบวก ทำให้เกิดความเชื่อมั่น และมีผลดีให้การบริโภคในประเทศยังขยายตัวต่อเนื่องเช่นเดียวกับการลงทุน โดยเฉพาะจากภาครัฐการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในโครงการพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี เช่น สนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือมาบตาพุด ที่คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างปีนี้จะมีเม็ดเงินลงทุนเป็น 2 เท่า จะทำให้เอกชนมีความเชื่อมั่นและลงทุนเพิ่มขึ้น

Webmaster
2019-01-16 13:11:00
20
