สงครามการค้าสหรัฐ-จีนพ่นพิษ ส่งออกธ.ค.ไม่ถึงเป้า
เศรษฐกิจ
น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ส่งออกธ.ค.มีมูลค่า 19,381 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 1.72% เป็นผลมาจากแนวโน้มการค้าที่ชะลอตัวลงจากผลกระทบการส่งออกสินค้าสำคัญที่สืบเนื่องจากข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน และแนวโน้มการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, คอมพิวเตอร์, แผงวงจรไฟฟ้า นอกจากนี้ การส่งออกไปตลาดสำคัญส่วนใหญ่มีแนวโน้มชะลอตัว โดยตลาดสหรัฐ ญี่ปุ่น และอาเซียน ที่แม้จะยังขยายตัวต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีแนวโน้มชะลอตัวลงตามทิศทางเศรษฐกิจการค้าโลกในปี 62
ส่วนการนำเข้า ธ.ค.มีมูลค่า 18,316 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 8.15% ส่งผลให้ดุลการค้า ธ.ค. เกินดุล 1,064 ล้านเหรียญฯ ขณะที่ภาพรวมทั้งปี 61 การส่งออกขยายตัว 6.7% มีมูลค่า 252,486 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณื จากปี 60 ขยายตัว 6.7% แม้ว่าจะไม่ได้ตามเป้าหมายที่กระทรวงฯคาดว่าจะเติบโต 8% ส่วนนำเข้า ขยายตัว 12.51% มีมูลค่า 249,231 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่งผลให้ดุลการค้าปี 61 เกินดุล 3,254 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
สำหรับแนวโน้มการส่งออกในปี 62 คาดว่าจะเติบโต 8% หรือมีมูลค่าการส่งออกเดือนละ 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต้องเร่งหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพเข้ามาทดแทน และพัฒนาสินค้าให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและอุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้น โดยสนับสนุนการเข้ามาลงทุนของต่างชาติ เพื่อยกระดับสินค้าไทย โดยจะเดินหน้าเร่งเจรจาความตกลงอาเซียนบวก 6 หรืออาเซ็บให้จบโดยเร็ว เพื่อลดความเสียเปรียบทางภาษีกับประเทศอื่น แต่ยอมรับว่าหากสงครามสหรัฐและจีนจบลงด้วยดีและทิศทางความผันผวนค่าเงินบาทไม่แข็งค่าไปมาก จะเห็นตัวเลขส่งออกเติบโตในไตรมาส 2 ปีนี้
ส่วนการนำเข้า ธ.ค.มีมูลค่า 18,316 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 8.15% ส่งผลให้ดุลการค้า ธ.ค. เกินดุล 1,064 ล้านเหรียญฯ ขณะที่ภาพรวมทั้งปี 61 การส่งออกขยายตัว 6.7% มีมูลค่า 252,486 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณื จากปี 60 ขยายตัว 6.7% แม้ว่าจะไม่ได้ตามเป้าหมายที่กระทรวงฯคาดว่าจะเติบโต 8% ส่วนนำเข้า ขยายตัว 12.51% มีมูลค่า 249,231 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่งผลให้ดุลการค้าปี 61 เกินดุล 3,254 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
สำหรับแนวโน้มการส่งออกในปี 62 คาดว่าจะเติบโต 8% หรือมีมูลค่าการส่งออกเดือนละ 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต้องเร่งหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพเข้ามาทดแทน และพัฒนาสินค้าให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและอุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้น โดยสนับสนุนการเข้ามาลงทุนของต่างชาติ เพื่อยกระดับสินค้าไทย โดยจะเดินหน้าเร่งเจรจาความตกลงอาเซียนบวก 6 หรืออาเซ็บให้จบโดยเร็ว เพื่อลดความเสียเปรียบทางภาษีกับประเทศอื่น แต่ยอมรับว่าหากสงครามสหรัฐและจีนจบลงด้วยดีและทิศทางความผันผวนค่าเงินบาทไม่แข็งค่าไปมาก จะเห็นตัวเลขส่งออกเติบโตในไตรมาส 2 ปีนี้

Webmaster
2019-01-21 14:26:00
21
