แรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงาน-แบงก์ดันหุ้นไทยปิดบวก
เศรษฐกิจ
นายพบชัย ภัทราวิชญ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเชียพลัส เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,588.38 จุด เพิ่มขึ้น 4.61 จุด หรือ 0.29 % ระหว่างวันเคลื่อน ไหวสูงสุด 1,595.16 จุด และต่ำสุดที่ 1,585.24 จุด มูลค่าการซื้อขาย 45,130.70 ล้านบาทว่า หุ้นไทยวันนี้อยู่ในแดนบวกทั้งวัน โดยมีแรงซื้อหุ้นในกลุ่มขนาดใหญ่ โดยเฉพาะพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น 2-3% ขณะที่กลุ่มแบงก์เริ่มฟื้นตัวจากที่ก่อนหน้านี้หุ้นปรับตัวลงแรง หลังประกาศงบไตรมาส 4 ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ทำ ให้มีแรงขายกันออกมา ซึ่งเชื่อว่าตลาดรับรู้ข่าวการประกาศงบของกลุ่มแบงก์ไปมากแล้ว นอกจากนี้ยังมีแรงซื้อหุ้นกลุ่มค้าปลีก และปิโตรเคมีเพิ่มขึ้นทำให้ตลาดสามารถปิดบวกได้
สำหรับหุ้นที่กดตลาดเป็นกลุ่มโรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลกรุงเทพ หรือ BDMS ปรับตัวลง 8.47% หรือลง 2 บาท มาปิดที่ 21.26 บาท หลังจากที่มีกระแสข่าวว่าผู้บริหารปั่นหุ้นในสายการบินบางกอกแอร์เวย์สดึงหุ้นอื่นปรับตัวลงไปด้วย ทั้งรพ.บำรุงราษฏร์ และเกษมราษฏร์ เนื่องจาก Sentiment แย่ นอกจากนี้ต้องรอดูว่ากระทรวงพาณิชย์จะเสนอครม.นำบัญชี “ยาและเวชภัณฑ์-บริการทางการแพทย์” เป็นสินค้าควบคุมหรือไม่ ส่วนหุ้น BA ปรับตัวลง 7.14% หรือ 90 สต. มาปิดอยู่ที่ 11.70 บาท

ด้านตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่บวก แต่ขึ้นไม่ได้มากนัก เช่น จีนบวก 0.54% ไต้หวัน 0.54% ฮ่องกง 0.39% ญี่่ปุ่น 0.26% โดยตลาดเอเชียได้รับแรงหนุนการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนมีทิศทางบวก เนื่องจากจีนตกลงเบื้องต้นนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯเพิ่ม 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐทำให้ดันดัชนีตลาดหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์เพิ่มขึ้นทันที
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ติดตามนายกรัฐมนตรีอังกฤษจะเสนอแผนให้รัฐสภาพิจารณาอีกรอบ แต่ถ้าไม่ผ่านจะยื่นแผนสำรองให้อีก แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่าแผนสำรองมีเรื่องอะไรบ้างต้องดูว่าแผนงานหลักผ่านหรือไม่ ซึ่งอาจเป็นการปรับเงื่อนไขต่าง ๆ ลงมา คาดว่าการลงมติจะรู้ผลในคืนวันนี้ 24.00 น. รวมถึงติดตามปัญหาชัตดาวน์ในสหรัฐฯ ปิดหน่วยงาน 30 วันแล้ว ส่วนในไทยเป็นเรื่องการนำสินค้าค่ายาและเวชภัณฑ์เป็นสินค้าควบคุม ซึ่งจะเข้าครม.พรุ่งนี้ รวมถึงร่างพระราชกฤษฏีกาประกาศการเลือกตั้งว่าจะออกมาวันไหน
ทั้งนี้มองตลาดหุ้นในวันพรุ่งนี้แกว่งซึม ๆ และพักตัวหลังจากวันนี้ขึ้นเยอะ เห็นได้จากดาวโจนส์ฟิวเจอร์สย่อตัวลงมาเล็กน้อย มองแนวรับที่ 1,580 จุด แนวรับ 1,600 จุด หุ้นกลุ่มที่แนะนำลงทุนช่วงนี้เป็นพลังงานทยอยสะสม ช่วงอ่อนตัว เนื่องจากแนวโน้มน้ำมันขึ้นต่อ ส่วนกลุ่มอื่น เช่น แบงก์ สะท้อนประเด็นประกาศงบไตรมาส 4 ไปมากแล้ว ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ยังไม่น่ากังวล ส่วนค้าปลีก และหุ้นปันผลสูง เช่น อสังหาริมทรัพย์ ยังเป็นหุ้นที่น่าสนใจลงทุนเช่นกัน
สำหรับหุ้นที่กดตลาดเป็นกลุ่มโรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลกรุงเทพ หรือ BDMS ปรับตัวลง 8.47% หรือลง 2 บาท มาปิดที่ 21.26 บาท หลังจากที่มีกระแสข่าวว่าผู้บริหารปั่นหุ้นในสายการบินบางกอกแอร์เวย์สดึงหุ้นอื่นปรับตัวลงไปด้วย ทั้งรพ.บำรุงราษฏร์ และเกษมราษฏร์ เนื่องจาก Sentiment แย่ นอกจากนี้ต้องรอดูว่ากระทรวงพาณิชย์จะเสนอครม.นำบัญชี “ยาและเวชภัณฑ์-บริการทางการแพทย์” เป็นสินค้าควบคุมหรือไม่ ส่วนหุ้น BA ปรับตัวลง 7.14% หรือ 90 สต. มาปิดอยู่ที่ 11.70 บาท

ด้านตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่บวก แต่ขึ้นไม่ได้มากนัก เช่น จีนบวก 0.54% ไต้หวัน 0.54% ฮ่องกง 0.39% ญี่่ปุ่น 0.26% โดยตลาดเอเชียได้รับแรงหนุนการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนมีทิศทางบวก เนื่องจากจีนตกลงเบื้องต้นนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯเพิ่ม 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐทำให้ดันดัชนีตลาดหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์เพิ่มขึ้นทันที
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ติดตามนายกรัฐมนตรีอังกฤษจะเสนอแผนให้รัฐสภาพิจารณาอีกรอบ แต่ถ้าไม่ผ่านจะยื่นแผนสำรองให้อีก แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่าแผนสำรองมีเรื่องอะไรบ้างต้องดูว่าแผนงานหลักผ่านหรือไม่ ซึ่งอาจเป็นการปรับเงื่อนไขต่าง ๆ ลงมา คาดว่าการลงมติจะรู้ผลในคืนวันนี้ 24.00 น. รวมถึงติดตามปัญหาชัตดาวน์ในสหรัฐฯ ปิดหน่วยงาน 30 วันแล้ว ส่วนในไทยเป็นเรื่องการนำสินค้าค่ายาและเวชภัณฑ์เป็นสินค้าควบคุม ซึ่งจะเข้าครม.พรุ่งนี้ รวมถึงร่างพระราชกฤษฏีกาประกาศการเลือกตั้งว่าจะออกมาวันไหน
ทั้งนี้มองตลาดหุ้นในวันพรุ่งนี้แกว่งซึม ๆ และพักตัวหลังจากวันนี้ขึ้นเยอะ เห็นได้จากดาวโจนส์ฟิวเจอร์สย่อตัวลงมาเล็กน้อย มองแนวรับที่ 1,580 จุด แนวรับ 1,600 จุด หุ้นกลุ่มที่แนะนำลงทุนช่วงนี้เป็นพลังงานทยอยสะสม ช่วงอ่อนตัว เนื่องจากแนวโน้มน้ำมันขึ้นต่อ ส่วนกลุ่มอื่น เช่น แบงก์ สะท้อนประเด็นประกาศงบไตรมาส 4 ไปมากแล้ว ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ยังไม่น่ากังวล ส่วนค้าปลีก และหุ้นปันผลสูง เช่น อสังหาริมทรัพย์ ยังเป็นหุ้นที่น่าสนใจลงทุนเช่นกัน

Webmaster
2019-01-21 17:14:00
35
