ข่าวแนะลงทุนกองผสมรับมือความผันผวนเศรษฐกิจโลก - kachon.com

แนะลงทุนกองผสมรับมือความผันผวนเศรษฐกิจโลก
เศรษฐกิจ

photodune-2043745-college-student-s
นายรัชต์  โสดสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ  บลจ. แอสเซท พลัส   เปิดเผยว่า  ทิศทางการลงทุนในปีนี้สำหรับตลาดทุนในประเทศพัฒนาแล้ว ควรเน้นลงทุนโดยการเลือกลงทุนในหุ้นรายตัว ในธีมที่มีความน่าสนใจ  เช่น กลุ่มที่อยู่ในกระแส Disruptive โดยเน้นเลือกลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งส่วนสำหรับตลาดทุนในตลาดเกิดใหม่ เน้นลงทุนในกลุ่มประเทศที่คาดว่าได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น ประเทศอินเดีย  

ส่วนจีน แม้ว่าเศรษฐกิจอยู่ในภาวะชะลอตัว เนื่องจากการตกลงทางการค้าที่ยังไม่ชัดเจนกับสหรัฐ แต่รัฐบาลจีนก็มีเครื่องมือด้านนโยบายจำนวนมาก ที่จะนำมาใช้เพื่อสนับสนุนกลับมาเติบโตในอนาคต ประกอบกับการปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้าทำให้มูลค่าพื้นฐานของจีนต่ำมาก สำหรับ เวียดนามที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ในเรื่องการย้ายฐานผลิตเนื่องจากมีค่าแรงในการจ้างงาน ที่ยังถูกและมีแรงงงานที่มีความสามารถเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน

อย่างไรก็ตาม  ได้เปิดตัวกองทุนแอสเซทพลัส แอคทีฟ แอสเซท แอลโลเคชั่น (ASP-AAA)  เป็นทางเลือกเพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุนทุกสภาวะให้แก่ผู้ลงทุนโดยกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ทั่วโลก ปรับพอร์ตอย่างยืดหยุ่น เน้นรักษาระดับความผันผวนระยะสั้นให้อยู่ในระดับต่ำกว่าความผันผวนระยะยาวเสนอขายครั้งแรก (IPO)  ตั้งแต่วันนี้- 31 ม.ค.นี้  ลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท  เน้นสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในการลงทุนให้แก่ผู้ลงทุนในทุกสภาวะ มีกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ทั่วโลก โดยมีการปรับเปลี่ยนน้ำหนักการลงทุนตามสัญญาณจากตัวชี้วัดทางการลงทุนในด้านต่าง ๆ ทั้งนี้ยังมีครื่องมือที่ใช้ในการควบคุมความผันผวนให้อยู่ภายใต้กรอบที่กำหนด เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยง  โดยสัดส่วนพอร์ตที่ดีที่สุดอยู่ที่ 60%  (ตราสารหนี้)  และสัดส่วน 40%  เป็นตราสารทุนและตราสารทางเลือก



นายคมสัน  ผลานุสนธิ  ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาดและผลิตภัณฑ์  บลจ. แอสเซท พลัส  กล่าวว่า   เศรษฐกิจโลกที่ปีนี้เติบโตลดลง แต่เชื่อว่าจะไม่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจถดถอย  แม้ว่าเฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้  ซึ่งที่ผ่านมามีผลดีต่อตลาดหุ้นเห็นได้จากช่วง 2 -3 สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นอยู่ในแดนบวก   ขณะที่สงครามทางการค้าเริ่มคลี่คลาย  และ ตลาดที่น่าจับตาคือตลาดหุ้นที่ปรับตัวลงมามากในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ เช่น จีน  เวียดนาม  อินเดีย  และไทย  ส่วนตลาดพัฒนาแล้วจะจะได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี    อย่างไรก็ตาม มองดัชนีตลาดหุ้นไทยปีนี้ 1,750 จุด  แม้ไม่มีเลือกตั้งไทยยังเป็นประเทศได้ประโยชน์จากสงครามทางการค้า เพราะโครงสร้างต้นทุนค่าแรงถูกกว่าจีน และระบบขนส่ง โครงสร้างพื้นฐานมีการลงทุนต่อเนื่อง

 “ ปีที่ผ่านมากองหุ้นหลายกองปรับตัวลง และเป็นปีที่ขาดทุน  แต่เราบริหารกองแบบแอคทีฟ  ซึ่งผู้จัดการกองทุนปรับลดหุ้นถือเงินสดเพิ่ม   เพื่อให้ความเสียหายลดลง  โดยปีนี้ไม่ได้เน้นการเติบโตของสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร จะเน้นสื่อสารเพิ่มความมั่งคั่งให้ลูกค้า  ถ้ากองทุนไหนเหมาะสมถึงแนะนำ และถ้าช่วงไหนผันผวนจะแนะนำลูกค้าถือกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ หรือกองทุนผสม”

นอกจากนี้ธีมการลงทุนที่น่าสนใจเกี่ยวกับบริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล Cloud Service   หุ่นยนต์ และเอไอ ยังเติบโตต่อไปได้   กลยุทธ์การลงทุนเน้นกองที่ลงทุนได้ระยะยาวผันผวนไม่สูงมากกองทุนผสม และจัดสัดส่วนสินทรัพย์ที่ลงตัวควรเป็นพอร์ตหลัก  สำหรับคนที่รับความเสี่ยงระดับปานกลางควรมีพอร์ตหลักประเภทนี้อยู่ประมาณ 5-10% ขึ้นไป ส่วนที่เหลือกระจายไปกองทุนจีน อินเดีย เวียดนาม หรือเกี่ยวข้องหุ่นยนต์เอไอ