ตลาดหุ้นไทยขานรับปัจจัยบวกตปท.หนุนดัชนีเขียวยกแผง
เศรษฐกิจ
น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล. โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยได้อานิสงส์จากปัจจัยต่างประเทศมีทิศทางเชิงบวกมากขึ้น โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯมีความระมัดระวังมากขึ้นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จากที่คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯในปีนี้เติบโต 2 -2.5% ซึ่งมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากปีก่อน และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนมีแนวโน้มคลี่คลายลงโดยสหรัฐฯ กำลังพิจารณาผ่อนคลายมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน ขณะที่จีนเสนอเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ
ส่วนปัจจัยที่ยังคงกดดันตลาดหุ้นในช่วงนี้ เช่น การส่งออกของไทยเดือนธ.ค. ลดลง 1.72% แย่กว่าที่ตลาดคาดว่าจะหดตัว 0.6% ส่วนการส่งออกทั้งปี 61 เติบโต 6.7% จากเป้าที่ตั้งไว้ 8% รวมถึงจีดีพีไตรมาส 4/61 ของจีนขยายตัว 6.4% ดีกว่าคาดการณ์ไว้ 6.3% และทั้งปีจีดีพีจีนโต 6.6% แม้สูงกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลจีนกำหนดที่ 6.5% แต่ต่ำกว่าปี 60 ที่ขยายตัว 6.9% และภาวะชัตดาวน์ของสหรัฐฯยังยืดเยื้อทำสถิติยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ กดดันการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯในช่วงไตรมาสแรก
นอกจากนี้ติดตามความชัดเจนของวันเลือกตั้ง กระทรวงพาณิชย์เตรียมเสนอที่ประชุมครม. ควบคุมค่าบริการทางการแพทย์ของรพ.เอกชนในวันนี้ ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ยวันที่ 23 ม.ค. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ขณะที่ 24 ม.ค. ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย อียู และสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI)ภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นเดือนม.ค. และในวันที่25 ม.ค. ธปท.มีกำหนดชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน
นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก จำกัด กล่าวว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มผันผวน คาดจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,565 – 1,605 จุด แนะลงทุนในหุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่ได้อานิสงส์จากมาตรการคืน VAT 5% กระตุ้นช็อปช่วงตรุษจีน เช่น ค้าปลีก และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากขยายเวลาให้ฟรีค่าธรรมเนียมVOA แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 30 เม.ย.62 เช่น โรงแรม และ ขนส่ง เป็นต้น
ส่วนปัจจัยที่ยังคงกดดันตลาดหุ้นในช่วงนี้ เช่น การส่งออกของไทยเดือนธ.ค. ลดลง 1.72% แย่กว่าที่ตลาดคาดว่าจะหดตัว 0.6% ส่วนการส่งออกทั้งปี 61 เติบโต 6.7% จากเป้าที่ตั้งไว้ 8% รวมถึงจีดีพีไตรมาส 4/61 ของจีนขยายตัว 6.4% ดีกว่าคาดการณ์ไว้ 6.3% และทั้งปีจีดีพีจีนโต 6.6% แม้สูงกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลจีนกำหนดที่ 6.5% แต่ต่ำกว่าปี 60 ที่ขยายตัว 6.9% และภาวะชัตดาวน์ของสหรัฐฯยังยืดเยื้อทำสถิติยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ กดดันการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯในช่วงไตรมาสแรก
นอกจากนี้ติดตามความชัดเจนของวันเลือกตั้ง กระทรวงพาณิชย์เตรียมเสนอที่ประชุมครม. ควบคุมค่าบริการทางการแพทย์ของรพ.เอกชนในวันนี้ ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ยวันที่ 23 ม.ค. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ขณะที่ 24 ม.ค. ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย อียู และสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI)ภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นเดือนม.ค. และในวันที่25 ม.ค. ธปท.มีกำหนดชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน
นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก จำกัด กล่าวว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มผันผวน คาดจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,565 – 1,605 จุด แนะลงทุนในหุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่ได้อานิสงส์จากมาตรการคืน VAT 5% กระตุ้นช็อปช่วงตรุษจีน เช่น ค้าปลีก และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากขยายเวลาให้ฟรีค่าธรรมเนียมVOA แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 30 เม.ย.62 เช่น โรงแรม และ ขนส่ง เป็นต้น

Webmaster
2019-01-22 15:37:00
15
