หุ้นไทยบวกต่อแรงซื้อกลุ่มค้าปลีก-แบงก์พยุงตลาด
เศรษฐกิจ
นายพบชัย ภัทราวิชญ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเชียพลัส เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,620.53 จุด บวก 3.15 จุด หรือ 0.19 % ระหว่างวันเคลื่อนไหวสูงสุด 1,628.21 จุด และต่ำสุดที่ 1,614.56จุด มูลค่าการซื้อขาย 60,838.32 ล้านบาทว่า ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบ แต่สามารถที่จะยืนปิดบวกได้ แม้ประเด็นบวกลดลง หลังจากเมื่อวานนี้รับข่าวการประกาศวันเลือกตั้ง 24 มี.ค. นอกจากนี้การที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีอกมาระบุว่าสส.สามารถหาเสียงได้เต็มที่ เช่น หาเสียงออนไลน์ แต่วงเงินการหาเสียงก็สส.ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อคน พรรคการเมืองไม่เกิน 35 ล้านบาทต่อพรรค จากนี้ไปจนถึงวันประกาศรับสมัครการเมืองเบาลงจนกว่าจะเปิดให้มีการรับสมัครสส. 4-8 ก.พ. จะเห็นแต่ละพรรคหนุนใครมาเป็นนายกรัฐมนตรีจะทำให้มีความเข้มข้นมากขึ้น

สำหรับตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ปิดบวก เช่น เกาหลีใต้บวก 0.81% ฮ่องกง 0.42% จีน 0.41% ไต้หวัน 0.31% ยกเว้นญี่ปุ่นติดลบ 0.09% โดยกลุ่มที่ปรับเพิ่มขึ้น เช่น ค้าปลีก แบงก์พาณิชย์ ส่งออกอาหาร โรงพยาบาล ส่วนพลังงานพักฐาน ด้านทิศทางตลาดหุ้นพรุ่งนี้แกว่งไซด์เวย์ออกข้างประเมินแนวรับที่ 1,610 จุด แนวต้าน 1,630 จุด มูลค่าซื้อขายน่าจะเบาบาง เพราะเป็นวันศุกร์ และคาดว่าดัชนีประคองเหนือ 1,600 จุดไปอีกสักระยะ
อย่างไรก็ตาม สัปดาห์โฟกัสไปที่การลงมติเบร็กซิท ประชุมธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด 29-30 ม.ค.นี้ ขณะที่ไทยติดตามประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนเป็นเรียลเซกเตอร์ เช่น SCC ,PTTEP กลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเลือกตั้ง เช่น รับเหมาก่อสร้าง กลุ่มแบงก์ กลุ่มค้าปลีก ส่วนกลุ่มพลังงานรอย่อตัวสะสม เพราะทิศทางน้ำมันฟื้นตัว ส่วนหุ้นปันผลสูง เช่น อสังหาริมทรัพย์

สำหรับตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ปิดบวก เช่น เกาหลีใต้บวก 0.81% ฮ่องกง 0.42% จีน 0.41% ไต้หวัน 0.31% ยกเว้นญี่ปุ่นติดลบ 0.09% โดยกลุ่มที่ปรับเพิ่มขึ้น เช่น ค้าปลีก แบงก์พาณิชย์ ส่งออกอาหาร โรงพยาบาล ส่วนพลังงานพักฐาน ด้านทิศทางตลาดหุ้นพรุ่งนี้แกว่งไซด์เวย์ออกข้างประเมินแนวรับที่ 1,610 จุด แนวต้าน 1,630 จุด มูลค่าซื้อขายน่าจะเบาบาง เพราะเป็นวันศุกร์ และคาดว่าดัชนีประคองเหนือ 1,600 จุดไปอีกสักระยะ
อย่างไรก็ตาม สัปดาห์โฟกัสไปที่การลงมติเบร็กซิท ประชุมธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด 29-30 ม.ค.นี้ ขณะที่ไทยติดตามประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนเป็นเรียลเซกเตอร์ เช่น SCC ,PTTEP กลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเลือกตั้ง เช่น รับเหมาก่อสร้าง กลุ่มแบงก์ กลุ่มค้าปลีก ส่วนกลุ่มพลังงานรอย่อตัวสะสม เพราะทิศทางน้ำมันฟื้นตัว ส่วนหุ้นปันผลสูง เช่น อสังหาริมทรัพย์

Webmaster
2019-01-24 17:35:00
75
