หวังเลือกตั้งดึงเม็ดเงินต่างชาติลงหุ้นไทยแสนล้าน
เศรษฐกิจ
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยภายในงานสัมมนา "นโยบายเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยภายใต้รัฐบาลหลังเลือกตั้ง" ว่า กิจกรรมในช่วงเลือกตั้ง ทำเม็ดเงินสะพัด 50,000ล้านบาท และหลังการเลือกตั้งคาดว่าต่างชาตินำเม็ดเงินเข้ามาลงทุนหุ้นไทย 100,000 ล้านบาท ดันดัชนีหุ้นไทยสิ้นปีแตะ 1,800 จุด จากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีเงินไหลออกจากตลาดหุ้นไทย 600,000 ล้านบาท ขณะที่ในปี 61 ที่ผ่านมาไหลออก 300,000 ล้านบาท
" อยากให้พรรคการเมืองให้ความสนใจกับตลาดทุน เพราะตลาดทุนถือเป็นแหล่งระดมทุน ถ้าทำให้เข้มแข็งจะยิ่งได้ประโยชน์ โดยเชื่อว่าช่วงที่มีการเลือกตั้งจะส่งผลดีให้มีเม็ดเงินไหลเข้าตลาดทุนคึกคัก ซึ่งอยากให้พรรคการเมืองเน้นการทำนโยบายระยะยาว โดยเฉพาะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและสานต่อนโยบายเดิม หรือการสร้างเงินออมในระบบให้มากขึ้นเพราะในอนาคตประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยมากขึ้น แม้นโยบายประชานิยมหรือ นโยบายระยะสั้นสามารถทำได้ แต่ไม่อยากให้เป็นนโยบายหลักของพรรคการเมือง เพราะปัจจุบันประเทศไทยยังมีปัญหาเชิงโครงสร้าง"
อย่างไรก็ตาม ตลาดทุนไม่ได้กังวลในเรื่องการเลือกตั้งไปมากกว่าความมีเสถียรภาพของรัฐบาล เพราะหากหลังเลือกตั้งสามารถจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากได้เกินกว่า 300 เสียงก็จะทำให้เป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ และะขณะนี้ต่างชาติยังไม่มั่นใจถึงอายุการทำงานของรัฐบาลใหม่ และมองว่า หากอายุรัฐบาลอยู่ไม่ถึงปีครึ่งก็จะสานต่อนโยบายได้ลำบาก
"คาดหวังให้รัฐบาลชุดใหม่ให้ความสำคัญกับตลาดทุนให้มากขึ้น เพราะมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าตลาดเงิน และ ตลาดสินเชื่อ เพราะตลาดทุนเป็นตลาดที่ใหญ่ และ เป็นศูนย์กลางในการระดมทุน ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อีกทั้ง ยังเป็นแหล่งระดมทุนของเอสเอ็มอี หรือ รายใหญ่ ทำให้ภาคธุรกิจมีต้นทุนการระดมทุนที่ต่ำมากกว่าการกู้เงินกับธนาคารพาณิชย์"
" อยากให้พรรคการเมืองให้ความสนใจกับตลาดทุน เพราะตลาดทุนถือเป็นแหล่งระดมทุน ถ้าทำให้เข้มแข็งจะยิ่งได้ประโยชน์ โดยเชื่อว่าช่วงที่มีการเลือกตั้งจะส่งผลดีให้มีเม็ดเงินไหลเข้าตลาดทุนคึกคัก ซึ่งอยากให้พรรคการเมืองเน้นการทำนโยบายระยะยาว โดยเฉพาะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและสานต่อนโยบายเดิม หรือการสร้างเงินออมในระบบให้มากขึ้นเพราะในอนาคตประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยมากขึ้น แม้นโยบายประชานิยมหรือ นโยบายระยะสั้นสามารถทำได้ แต่ไม่อยากให้เป็นนโยบายหลักของพรรคการเมือง เพราะปัจจุบันประเทศไทยยังมีปัญหาเชิงโครงสร้าง"
อย่างไรก็ตาม ตลาดทุนไม่ได้กังวลในเรื่องการเลือกตั้งไปมากกว่าความมีเสถียรภาพของรัฐบาล เพราะหากหลังเลือกตั้งสามารถจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากได้เกินกว่า 300 เสียงก็จะทำให้เป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ และะขณะนี้ต่างชาติยังไม่มั่นใจถึงอายุการทำงานของรัฐบาลใหม่ และมองว่า หากอายุรัฐบาลอยู่ไม่ถึงปีครึ่งก็จะสานต่อนโยบายได้ลำบาก
"คาดหวังให้รัฐบาลชุดใหม่ให้ความสำคัญกับตลาดทุนให้มากขึ้น เพราะมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าตลาดเงิน และ ตลาดสินเชื่อ เพราะตลาดทุนเป็นตลาดที่ใหญ่ และ เป็นศูนย์กลางในการระดมทุน ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อีกทั้ง ยังเป็นแหล่งระดมทุนของเอสเอ็มอี หรือ รายใหญ่ ทำให้ภาคธุรกิจมีต้นทุนการระดมทุนที่ต่ำมากกว่าการกู้เงินกับธนาคารพาณิชย์"

Webmaster
2019-01-25 15:54:00
28
