เศรษฐกิจไทยแกร่งเหนือคู่แข่งดึงเม็ดเงินไหลกลับ
เศรษฐกิจ
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 31.38 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการแข็งค่าสุดในรอบ 8 เดือนกว่า นับจากเดือนเม.ย.61 เนื่องจากตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยทำให้ค่าเงินในตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทยกลับมาแข็งค่า ขณะที่ตลาดทุนยังมีเม็ดเงินต่างชาติเริ่มไหลกลับเข้ามา ประกอบกับไทยจะมีการเลือกตั้ง และหากเทียบเศรษฐกิจไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อินโดนีเซียยังดีกว่า แม้ว่ารัฐบาลใหม่จะเป็นรัฐบาลผสม แต่ก็มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศที่ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทไทยตั้งแต่ต้นปีหากเทียบกับสกุลเงินในเอเชียพบว่า บาทไทยแข็งสุดที่ระดับ 3.67 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ รองลงมาเป็นหยวนจีนแข็งค่า 2.42% รูเปียห์อินโดนีเซีย 1.83% แต่หากเทียบค่าเงินบาทไทยกับตลาดเกิดใหม่ เงินรูเบิลรัสเซียแข็งสุด 5% รองลงมาเป็นเรอัลบราซิล 4.3% และบาทไทย3.6%
ทั้งนี้ผู้ประกอบการนอกจากป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว แนวทางที่ดีที่สุดควรใช้เงินสกุลท้องถิ่นค้าขายแทนสกุลดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ต้องจับตาสถานการณ์ราคาน้ำมันถ้าราคาปรับตัวลงส่งผลดีต่อเอเชีย เนื่องจากเอเชียมีการนำเข้าน้ำมันมากสุด ดุลบัญชีสูง ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งแต่จะกระทบต่อการส่งออก เพราะทำให้รายได้น้อยลง ดังนั้นหากส่งออกไม่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐก็จะส่งผลต่อผู้ประกอบการธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทไทยตั้งแต่ต้นปีหากเทียบกับสกุลเงินในเอเชียพบว่า บาทไทยแข็งสุดที่ระดับ 3.67 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ รองลงมาเป็นหยวนจีนแข็งค่า 2.42% รูเปียห์อินโดนีเซีย 1.83% แต่หากเทียบค่าเงินบาทไทยกับตลาดเกิดใหม่ เงินรูเบิลรัสเซียแข็งสุด 5% รองลงมาเป็นเรอัลบราซิล 4.3% และบาทไทย3.6%
ทั้งนี้ผู้ประกอบการนอกจากป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว แนวทางที่ดีที่สุดควรใช้เงินสกุลท้องถิ่นค้าขายแทนสกุลดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ต้องจับตาสถานการณ์ราคาน้ำมันถ้าราคาปรับตัวลงส่งผลดีต่อเอเชีย เนื่องจากเอเชียมีการนำเข้าน้ำมันมากสุด ดุลบัญชีสูง ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งแต่จะกระทบต่อการส่งออก เพราะทำให้รายได้น้อยลง ดังนั้นหากส่งออกไม่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐก็จะส่งผลต่อผู้ประกอบการธุรกิจ

Webmaster
2019-01-30 19:15:00
47
