ตลาดหุ้นไทยหงอย มูลค่าซื้อขายต่ำสุดรอบ2ปีกว่า
เศรษฐกิจ
นายพบชัย ภัทราวิชญ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเชียพลัส เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,653.09 ลบ 0.53 จุด หรือ 0.03 % โดยระหว่างวันเคลื่อนไหวสูงสุดที่ระดับ 1,654.98 จุด และต่ำสุดที่ระดับ 1,645.57 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 25,349.84 ล้านบาทว่า ตลาดหุ้นไทยปิดลบเล็กน้อย เนื่องจากตลาดหุ้นในภูมิภาคส่วนใหญ่ปิดทำการเนื่องจากเทศกาลตรุษจีน ยกเว้นญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ทำให้มูลค่าการซื้อขายวันนี้เบาบาง ถือว่าน้อยสุดในรอบ 2 ปี 1 เดือนนับจากวันที่ 26 ม.ค.59 ที่มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 23,521 ล้านบาท

ทั้งนี้นักลงทุนส่วนใหญ่หันมาเล่นหุ้นในกลุ่มขนาดกลางและเล็กกันมากขึ้นทำให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนหุ้นที่กดตลาดวันนี้เป็นหุ้นในกลุ่มปิโตรเคมี และพลังงาน ส่วนหุ้นที่บวกจะเป็นหุ้นขนส่ง แบงก์ และพลังงาน เช่น GPSC ,AOT,TMB,KTB อย่างไรก็ตาม แนวโน้มพรุ่งนี้น่าจะพักตัวต่อ เพราะหลายตลาดยังปิดทำการอยู่ แต่ปัจจุบันที่ต้องติดตามเป็นเรื่องนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เตรียมแถลงนโยบายต่อรัฐสภาต้องรอดูว่ามีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอะไรออกมาหรือไม่ รวมถึงการทำงบประมาณขาดดุลชั่วคราวการเจรจาลดข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และคว่ำบาตรเวเนซูเอล่า เป็นต้น
ด้านการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) พรุ่งนี้คาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.75% เหมือนเดิม และดูว่าจะมีมาตรการดูแลค่าเงินบาทหรือไม่ หลังจากที่ค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่าสุดในรอบ 9 เดือนกว่า แตะ 31.27 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงการรับสมัครสส. กลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นปลอดภัย และปันผลสูง เช่น อสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก สื่อสาร ส่วนพลังงานรอย่อตัวเก็บสะสม

ทั้งนี้นักลงทุนส่วนใหญ่หันมาเล่นหุ้นในกลุ่มขนาดกลางและเล็กกันมากขึ้นทำให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนหุ้นที่กดตลาดวันนี้เป็นหุ้นในกลุ่มปิโตรเคมี และพลังงาน ส่วนหุ้นที่บวกจะเป็นหุ้นขนส่ง แบงก์ และพลังงาน เช่น GPSC ,AOT,TMB,KTB อย่างไรก็ตาม แนวโน้มพรุ่งนี้น่าจะพักตัวต่อ เพราะหลายตลาดยังปิดทำการอยู่ แต่ปัจจุบันที่ต้องติดตามเป็นเรื่องนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เตรียมแถลงนโยบายต่อรัฐสภาต้องรอดูว่ามีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอะไรออกมาหรือไม่ รวมถึงการทำงบประมาณขาดดุลชั่วคราวการเจรจาลดข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และคว่ำบาตรเวเนซูเอล่า เป็นต้น
ด้านการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) พรุ่งนี้คาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.75% เหมือนเดิม และดูว่าจะมีมาตรการดูแลค่าเงินบาทหรือไม่ หลังจากที่ค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่าสุดในรอบ 9 เดือนกว่า แตะ 31.27 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงการรับสมัครสส. กลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นปลอดภัย และปันผลสูง เช่น อสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก สื่อสาร ส่วนพลังงานรอย่อตัวเก็บสะสม

Webmaster
2019-02-05 17:34:00
21
