ข่าวต่างชาติมองเอาท์ลุค เลือกตั้งไทยดี ดึงดูดเงินลงทุน - kachon.com

ต่างชาติมองเอาท์ลุค เลือกตั้งไทยดี ดึงดูดเงินลงทุน
เศรษฐกิจ

photodune-2043745-college-student-s
นายจิติพล  พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย  เปิดเผยว่า  ในระยะยาวค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าเห็นได้จากในช่วงเดือนก.พ.มีเงินไหลเข้ามาในตลาดทุน  แต่ระยะสั้นที่จับตาคือการเมือง ในช่วงที่ผ่านมามีเหตุการณ์การเมืองวุ่นวายนักลงทุนถอนการลงทุนให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง  แต่สุดท้ายการเมืองไม่ใช่ความเสี่ยง แต่จะทำให้เกิดปัจจัยบวกมากกว่าปัจจัยลบทำให้เงินทุนไหลเข้าต่อ  ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ดี และที่ผ่านมาไทยเน้นการบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก  และลดพึ่งพาการส่งออก และการท่องเที่ยวลงถือเป็นเทรนด์ที่ถูกต้อง เพราะหลายประเทศเริ่มใช้การบริโภคเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อดึงเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างประเทศ 

นอกจากนี้ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ราคาน้ำมันปรับตัวลง โดยราคาน้ำมับดิบเบรนท์จากเดิมราคาเฉลี่ย 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล  ตอนนี้ 60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล   และถ้าน้ำมันลงอีกจะเห็นดุลการค้าเกินดุลและทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่า    ซึ่งในช่วงเดือน 1-4 ข้างหน้า คาดว่าเงินบาทยังแข็งหากผลการเมืองออกมาเรียบร้อย และไม่มีปัญหาทางการเมืองตามมาในระยะยาวเห็นค่าเงินบาทแข็งค่าอีก  และสิ้นปีนี้คาดว่าเงินบาทแตะระดับ  31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับผู้ประกอบการนำเข้าต้องดูภาพรวมเศรษฐกิจประกอบไปด้วยแนวโน้มแข็งค่าต้องประกันกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน  ส่วนส่งออกปีนี้ยากลำบากไม่แพ้ปี 60  ที่ค่าเงินแข็งค่า 10%  ผู้ประกอบการที่ไม่ทำประกันความเสี่ยงได้รับผลกระทบไปเต็ม  ดังนั้นถ้าปัจจัยในประเทศ  และปัจจัยนอกประเทศเกิดขึ้นภาครัฐจะไม่สามารถเข้ามาช่วยไม่ได้มากผู้ประกอบการต้องพึ่งตนเองและประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือ  หรือหาตลาดส่งออกใหม่หรือสกุลซื้อขายท้องถิ่น(เอเชีย อาเซียน) เพราะเราไม่ได้ค้าขายจากสหรัฐฯเพียงอย่างเดียวเพื่อลดความผันผวนค่าเงินได้มาก

อย่างไรก็ตาม  ทิศทางค่าเงินบาทสอดคล้องภูมิภาค แต่เหตุการณ์เศรษฐกิจต่างกัน   ซึ่งปีนี้หลายประเทศเลือกตั้งแต่ประเทศไทยเกิดขึ้นก่อน  แต่ถ้านักลงทุนอยากเข้ามาลงทุน หรือเก็งกำไร หรือประเทศไหนมีเอาท์ลุคดีกว่าก็เข้ามาลงทุน เช่น ไทย จะเห็นได้จากค่าเงินบาทแข็งค่า  แต่ในช่วงกลางปีอินเดีย และอินโดนีเซียจะมีเลือกตั้งจะส่งผลให้ค่าเงินเอเชียปรับตัวแข็งค่าขึ้น   โดยในส่วนของค่าเงินบาทการแข็งค่าอาจเกิดขึ้นได้ลึกกว่านี้ และอาจแข็งค่าแตะระดับ 30.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และการอ่อนค่ากลับขึ้นไปเร็วเช่นกันมองกรอบ 31.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 4 เดือนข้างหน้า

"ปัจจัยต่างประเทศที่มีผลมากสุดและเซอร์ไพร์สนักวิเคราะห์ทั้งตลาดคือ นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)  จากรายงานกางานการประชุมล่าสุด และการให้สัมภาษณ์เฟด คงไม่ขึ้นดอกเบี้ยครึ่งปีแรกทำให้ค่าเงินเอเชียแข็งค่าขึ้นได้  ขณะที่การเจรจาสงครามทางการค้าเริ่มคืบหน้าขึ้น คาดว่าปลายเดือนก.พ.จะใช้กำแพงภาษีตอบโต้กันไป  แต่คาดว่าหลังมี.ค.การเจรจาการค้าจะสามารถจบลงได้และเป็นบวกต่อสกุลเงินเอเชียและค่าเงินบาท"