น้ำมัน-ผัก-ผลไม้ดันเงินเฟ้อมี.ค.พุ่ง 1.24%
เศรษฐกิจ
น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า หรือ สนค. กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป หรือ อัตราเงินเฟ้อในช่วงเดือนมี.ค.ว่า ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 โดยมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น 1.24% มาจากราคาอาหารสดที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และราคาพลังงานที่ปรับตัวเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 4 เดือน ตามราคาพลังงานในตลาดโลกที่สูงขึ้น โดยราคาอาหารสดที่ปรับสูงขึ้นสอดคล้องกับผลผลิตที่ลดลงต่อเนื่องจากสภาพอากาศแล้งที่มีแนวโน้มรุนแรงกว่าปีก่อน โดยสินค้าที่ราคาสูงขึ้น ได้แก่ข้าวสาร เนื้อสุกร มะนาว เป็นต้น
สำหรับเงินเฟ้อเฉลี่ยในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.74% แต่เป็นการขยายตัวแบบชะลอลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งอัตราเงินเฟ้อขยายตัว 0.8% ส่วนแนวโน้มในไตรมาส 2 เงินเฟ้อสูงขึ้น 1.01% ตามการปรับตัวของราคาพลังงานและได้รับผลกระทบจากภัยแล้งและราคาปรับตัวสูงขึ้น การใช้จ่ายช่วงเทศกาลสงกรานต์ และเปิดเทอม ซึ่งยังไม่รวมการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ โดยเงินเฟ้อทั้งปีคาดว่าจะอยู่ที่ 1.2% ภายใต้จีดีพี 3.5-4.5% น้ำมันดิบโลกเฉลี่ย 70-80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
สำหรับเงินเฟ้อเฉลี่ยในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.74% แต่เป็นการขยายตัวแบบชะลอลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งอัตราเงินเฟ้อขยายตัว 0.8% ส่วนแนวโน้มในไตรมาส 2 เงินเฟ้อสูงขึ้น 1.01% ตามการปรับตัวของราคาพลังงานและได้รับผลกระทบจากภัยแล้งและราคาปรับตัวสูงขึ้น การใช้จ่ายช่วงเทศกาลสงกรานต์ และเปิดเทอม ซึ่งยังไม่รวมการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ โดยเงินเฟ้อทั้งปีคาดว่าจะอยู่ที่ 1.2% ภายใต้จีดีพี 3.5-4.5% น้ำมันดิบโลกเฉลี่ย 70-80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

Webmaster
2019-04-01 12:38:00
8
