สหรัฐชมไทยเจ๋งปราบสินค้าละเมิด
เศรษฐกิจ
นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) ได้เผยแพร่รายงานประเมินสถานการณ์การค้าของประเทศคู่ค้าประจำปี 62 ครอบคลุมประเด็นด้านการค้าและการลงทุนระหว่างไทย-สหรัฐฯ เช่น นโยบายการนำเข้าสินค้า อุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น โดยในส่วนของการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาสหรัฐได้ชื่นชมไทยต่อการบังคับใช้กฎหมายการปราบปรามการละเมิด ทั้งในท้องตลาดและบนอินเทอร์เน็ตผ่านมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะการตรวจตราพื้นที่และการจับกุมผู้ละเมิดอย่างจริงจัง และการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้สหรัฐฯ และไทยมีความร่วมมือและการดำเนินการร่วมกันอย่างใกล้ชิดภายใต้กรอบความตกลงการค้าการลงทุนสหรัฐฯ – ไทย ทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรม อีกทั้ง สหรัฐฯ ยังตระหนักถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาของไทย ทั้งในส่วนของการแก้ไขกฎหมายสิทธิบัตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบสิทธิบัตร,การแก้ไขกฎหมายลิขสิทธิ์ให้มีกระบวนการแจ้งเตือน และนำงานละเมิดลิขสิทธิ์ออกจากระบบอินเทอร์เน็ต และการบรรจุผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าเพื่อแก้ไขปัญหางานจดทะเบียนค้างสะสม
“กรม จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาทั้งไทยและต่างประเทศแล้ว ยังมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านการค้าการลงทุนของประเทศอีกทางหนึ่งด้วย”
นายทศพล กล่าวต่อว่า สหรัฐฯพอใจกับการดำเนินงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาของไทยมาก ทั้งการป้องกัน โดยการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการปราบปรามการละเมิด ซึ่งน่าจะส่งผลให้การทบทวนสถานะคู่ค้าด้านทรัพย์สินทางปัญญา ตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯ มาตรา 301 พิเศษ ที่สหรัฐฯจะประกาศผลสิ้นเดือนเม.ย.นี้นั้น ไทยจะยังคงอยู่ในสถานะเดิมที่บัญชีประเทศที่ถูกจับตามอง (ดับเบิ้ลยูแอล) ต่อเนื่องอีกปี หลังจากปีที่ผ่านมา สหรัฐฯได้เลื่อนสถานะไทยให้ดีขึ้นจากเดิมที่อยู่ในกลุ่มประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ (พีดับเบิ้ลยูแอล) มานานนับ 10 ปี
นอกจากนี้สหรัฐฯ และไทยมีความร่วมมือและการดำเนินการร่วมกันอย่างใกล้ชิดภายใต้กรอบความตกลงการค้าการลงทุนสหรัฐฯ – ไทย ทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรม อีกทั้ง สหรัฐฯ ยังตระหนักถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาของไทย ทั้งในส่วนของการแก้ไขกฎหมายสิทธิบัตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบสิทธิบัตร,การแก้ไขกฎหมายลิขสิทธิ์ให้มีกระบวนการแจ้งเตือน และนำงานละเมิดลิขสิทธิ์ออกจากระบบอินเทอร์เน็ต และการบรรจุผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าเพื่อแก้ไขปัญหางานจดทะเบียนค้างสะสม
“กรม จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาทั้งไทยและต่างประเทศแล้ว ยังมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านการค้าการลงทุนของประเทศอีกทางหนึ่งด้วย”
นายทศพล กล่าวต่อว่า สหรัฐฯพอใจกับการดำเนินงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาของไทยมาก ทั้งการป้องกัน โดยการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการปราบปรามการละเมิด ซึ่งน่าจะส่งผลให้การทบทวนสถานะคู่ค้าด้านทรัพย์สินทางปัญญา ตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯ มาตรา 301 พิเศษ ที่สหรัฐฯจะประกาศผลสิ้นเดือนเม.ย.นี้นั้น ไทยจะยังคงอยู่ในสถานะเดิมที่บัญชีประเทศที่ถูกจับตามอง (ดับเบิ้ลยูแอล) ต่อเนื่องอีกปี หลังจากปีที่ผ่านมา สหรัฐฯได้เลื่อนสถานะไทยให้ดีขึ้นจากเดิมที่อยู่ในกลุ่มประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ (พีดับเบิ้ลยูแอล) มานานนับ 10 ปี

Webmaster
2019-04-08 14:02:00
41
