เจ้าของเรือด่วน โอด! คนกรุงไม่ใช้เรือข้ามฝาก
เศรษฐกิจ
นางสุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม ประธานกรรมการบริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันการให้บริการเรือข้ามฟากของบริษัทฯใน 5 ท่าเรือ ได้แก่ ท่าพระจันทร์ ท่าวังหลัง ท่าช้าง ท่าวัดระฆัง และท่ามหาราชมีปริมาณผู้โดยสารลดลงอย่างมาก เฉลี่ยวันละประมาณ 1 หมื่นคนเท่านั้นจากเดิมที่เคยมีผู้โดยสารสูงสุดเฉลี่ยวันละประมาณ 5 หมื่นคน เนื่องจากหลายปัจจัย อาทิ การคมนาคมภาพรวมสะดวกสบายขึ้นมีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามากขึ้น และการลดท่าเรือลงจาก 10 ท่า ปัจจุบันเรือที่ให้บริการจาก 32 ลำ เหลือ 10 ลำเท่านั้น ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการของผู้โดยสารแล้วทั้งนี้จากการคาดการณ์แล้วมีแนวโน้มว่าปริมาณผู้โดยสารเรือที่ใช้บริการข้ามฟากจะลดลงเรื่อยๆอีก
นางสุภาพรรณ กล่าวต่อว่าจำนวนผู้โดยสารเรือข้ามฟากที่ลดลงส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ และยอมรับว่าการเก็บค่าบริการข้ามฟากคนละ3.50 บาทค่อนข้างอยู่ยากและไม่มีกำไร แต่ก็ยังไม่ถอดใจที่จะเลิกประกอบการและยังไม่มีแนวคิดที่จะปิดกิจการ ขอสู้ต่อเทาที่จะทำได้และยืนยันว่าจะยังคงให้บริการต่อไปอย่างแน่นอน
นางสุภาพรรณ กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการสนใจลงทุนธุรกิจเดินเรือโดยสารมากขึ้นดังนั้นบริษัทจำเป็นต้องปรับตัวโดยเพิ่มการให้บริการเดินเรือท่องเที่ยวในคลองมากขึ้น เช่น คลองบางกอกน้อยคลองบางกอกใหญ่ เป็นต้นเพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่นิยมเข้ามาเที่ยวในเมืองไทย
ขณะเดียวกันบริษัทฯกำลังพิจารณาหาแนวทางในการหาพลังงานทดแทนมาใช้กับเรือเพื่อลดมลภาวะ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และประหยัดต้นทุนในอนาคต เช่น เรือไฟฟ้าเป็นต้น โดยอาจจะทยอยเปลี่ยนเรือ เริ่มจากเรือข้ามฟากที่เป็นเรือความเร็วต่ำก่อนจากนั้นจะขยายผลไปยังบริการเรือความเร็วที่สูงขึ้น ประเภทเรือท่องเที่ยวในคลอง อยู่ระหว่างหารือกับบริษัทต่างชาติจากประเทศเยอรมันที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและแบตเตอร์รี่ไฟฟ้าที่ทันสมัยสามารถนำมาใช้กับเรือได้เพื่อร่วมกันออกแบบเรือที่เหมาะสมในการให้บริการของบริษัทฯ ก่อนจะต่อเรือและนำมาทดลองภายในปีนี้จนมั่นใจว่ามีความปลอดภัยแล้วจึงจะนำมาให้บริการประชาชนต่อไป
นางสุภาพรรณ กล่าวต่อว่าจำนวนผู้โดยสารเรือข้ามฟากที่ลดลงส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ และยอมรับว่าการเก็บค่าบริการข้ามฟากคนละ3.50 บาทค่อนข้างอยู่ยากและไม่มีกำไร แต่ก็ยังไม่ถอดใจที่จะเลิกประกอบการและยังไม่มีแนวคิดที่จะปิดกิจการ ขอสู้ต่อเทาที่จะทำได้และยืนยันว่าจะยังคงให้บริการต่อไปอย่างแน่นอน
นางสุภาพรรณ กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการสนใจลงทุนธุรกิจเดินเรือโดยสารมากขึ้นดังนั้นบริษัทจำเป็นต้องปรับตัวโดยเพิ่มการให้บริการเดินเรือท่องเที่ยวในคลองมากขึ้น เช่น คลองบางกอกน้อยคลองบางกอกใหญ่ เป็นต้นเพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่นิยมเข้ามาเที่ยวในเมืองไทย
ขณะเดียวกันบริษัทฯกำลังพิจารณาหาแนวทางในการหาพลังงานทดแทนมาใช้กับเรือเพื่อลดมลภาวะ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และประหยัดต้นทุนในอนาคต เช่น เรือไฟฟ้าเป็นต้น โดยอาจจะทยอยเปลี่ยนเรือ เริ่มจากเรือข้ามฟากที่เป็นเรือความเร็วต่ำก่อนจากนั้นจะขยายผลไปยังบริการเรือความเร็วที่สูงขึ้น ประเภทเรือท่องเที่ยวในคลอง อยู่ระหว่างหารือกับบริษัทต่างชาติจากประเทศเยอรมันที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและแบตเตอร์รี่ไฟฟ้าที่ทันสมัยสามารถนำมาใช้กับเรือได้เพื่อร่วมกันออกแบบเรือที่เหมาะสมในการให้บริการของบริษัทฯ ก่อนจะต่อเรือและนำมาทดลองภายในปีนี้จนมั่นใจว่ามีความปลอดภัยแล้วจึงจะนำมาให้บริการประชาชนต่อไป

Webmaster
2019-04-22 11:30:00
63
