ลูกหนี้นอนแบงก์เฮ! ธปท.ขยายโครงการคลินิกแก้หนี้
เศรษฐกิจ
นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ได้ขยายขอบเขตโครงการคลินิกแก้หนี้ระยะที่ 2 โดยให้ลูกหนี้กลุ่มนอนแบงก์ 19 แห่งจากเดิมแค่ลูกหนี้ธนาคารพาณิชย์ที่เป็นบัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันเข้ามาเจรจาแก้หนี้รับดอกเบี้ย 4-7% ต่อปี จากเดิมกว่า 20% ต่อปี ผ่อนนานสูงสุดถึง 10 ปี หรือเพียง 1,200 บาทต่อเดือนหากมียอดมูลหนี้ 1 แสนบาท ซึ่งลูกหนี้ที่เข้าร่วมจะต้องค้างชำระเกิน 90 วัน(เอ็นพีแอล)ก่อนวันที่ 1 ม.ค.62 โดยบริษัท บริหารสินทรัพย์ สุขุมวิท จำกัด (บสส.) เป็นหน่วยงานกลางที่เจรจากับลูกหนี้แทนเจ้าหนี้ เริ่มตั้งแต่ 15 พ.ค.นี้เป็นต้นไป
ทั้งนี้เอ็นพีแอลของกลุ่มนอนแบงก์และธนาคารพาณิชย์ที่อยู่ในส่วนบัตรเครดิตและหนี้ส่วนบุคคล และมีเจ้าหนี้มากกว่า 2 รายขึ้นไปมีรวมกันถึง 490,000 ราย คิดเป็น 49,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่จะต้องเร่งแก้ไข และคาดว่าการขยายขอบเขตจะทำให้สามารถแก้ไขหนี้ส่วนนี้เกือบ 99% รวมทั้งเป็นการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน โดยผู้เข้าร่วมรวมถึงถูกดำเนินคดีแต่ยังไม่มีที่สิ้นสุด มียอดหนี้เงินต้นค้างชำระรวมไม่เกิน 2 ล้านบาท เป็นบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ และอายุไม่เกิน 65 ปี

สำหรับโครงการคลินิกแก้หนี้ในระยะที่ 1 ที่ดำเนินงานมากว่า 2 ปี ได้ให้คำปรึกษาแนวทางแก้ไขหนี้แก่ลูกหนี้ 37,000 ราย และมีลูกหนี้ที่สามารถปรับปรุงโครงสร้างหนี้สำเร็จและลงนามสัญญาแล้ว 1,500 ราย ยอดหนี้ 405 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มีเจ้าหนี้ 3 รายขึ้นไป เงินต้นเฉลี่ย 3 แสนบาท แต่มีเงื่อนไขว่าผู้เข้าร่วมโครงการต้องไม่ก่อหนี้ใหม่ ในระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการ
ส่วนนอนแบงก์ที่เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย จี แคปปิตอล, เจ มันนี่, เซ็นทรัล เดอะวัน, ซัมมิท แคปปิตอล, สินเชื่อซิตี้คอร์ป, บัตรเทสโก้, นครหลวงแคปปิตอล, เคทีซี, บัตรเครดิตกรุงศรีอยุธยา, พรอมิส, เมืองไทยแคปปิตอล, แมคคาเล กรุ๊พ, ศักดิ์สยามลิสซิ่ง, กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์, บัตรอิออน, ยูเมะพลัส, เอเซียเสริมกิจลิสซิ่ง, สินเชื่อ ไอทีทีพี, เอ มันนี่
ทั้งนี้เอ็นพีแอลของกลุ่มนอนแบงก์และธนาคารพาณิชย์ที่อยู่ในส่วนบัตรเครดิตและหนี้ส่วนบุคคล และมีเจ้าหนี้มากกว่า 2 รายขึ้นไปมีรวมกันถึง 490,000 ราย คิดเป็น 49,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่จะต้องเร่งแก้ไข และคาดว่าการขยายขอบเขตจะทำให้สามารถแก้ไขหนี้ส่วนนี้เกือบ 99% รวมทั้งเป็นการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน โดยผู้เข้าร่วมรวมถึงถูกดำเนินคดีแต่ยังไม่มีที่สิ้นสุด มียอดหนี้เงินต้นค้างชำระรวมไม่เกิน 2 ล้านบาท เป็นบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ และอายุไม่เกิน 65 ปี

สำหรับโครงการคลินิกแก้หนี้ในระยะที่ 1 ที่ดำเนินงานมากว่า 2 ปี ได้ให้คำปรึกษาแนวทางแก้ไขหนี้แก่ลูกหนี้ 37,000 ราย และมีลูกหนี้ที่สามารถปรับปรุงโครงสร้างหนี้สำเร็จและลงนามสัญญาแล้ว 1,500 ราย ยอดหนี้ 405 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มีเจ้าหนี้ 3 รายขึ้นไป เงินต้นเฉลี่ย 3 แสนบาท แต่มีเงื่อนไขว่าผู้เข้าร่วมโครงการต้องไม่ก่อหนี้ใหม่ ในระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการ
ส่วนนอนแบงก์ที่เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย จี แคปปิตอล, เจ มันนี่, เซ็นทรัล เดอะวัน, ซัมมิท แคปปิตอล, สินเชื่อซิตี้คอร์ป, บัตรเทสโก้, นครหลวงแคปปิตอล, เคทีซี, บัตรเครดิตกรุงศรีอยุธยา, พรอมิส, เมืองไทยแคปปิตอล, แมคคาเล กรุ๊พ, ศักดิ์สยามลิสซิ่ง, กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์, บัตรอิออน, ยูเมะพลัส, เอเซียเสริมกิจลิสซิ่ง, สินเชื่อ ไอทีทีพี, เอ มันนี่

Webmaster
2019-05-07 16:12:00
16
