ถกอัยการไขความกระจ่างคดีโฮปเวลล์
เศรษฐกิจ
นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้กระทรวงคมนาคม และ รฟท. จ่ายชดเชยแก่บริษัท โฮปเวลล์(ประเทศไทย) จำกัด จากการบอกเลิกสัญญา เป็นเงิน 11,888.75 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5%ว่า ขณะนี้คณะกรรมการ(บอร์ด) รฟท. รับทราบรายละเอียดคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดฉบับเต็มแล้ว โดยมอบให้ตนไปหารือกับอัยการผู้ที่รับผิดชอบคดีโฮปเวลล์ช่วงปี 41 ในวันที่ 16 พ.ค.62 เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้น รวมทั้งแนวโน้มข้อต่อสู้อื่นมีอีกหรือไม่ และประเด็นข้อกฎหมายต่างๆ เป็นอย่างไร เพราะเราไม่ใช่นักกฎหมาย อ่านสำนวนคดีก็ไม่ค่อยเข้าใจ
นายวรวุฒิ กล่าวต่อว่า เมื่อศาลปกครองสูงสุด สั่งให้ปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการปี 41 ไม่ใช่เป็นการตัดสินใหม่ เราก็ต้องไปดูว่าคำชี้ขาดนั้นถูกต้องครบถ้วนแล้วหรือไม่ หากยังไม่ครบต้องไปค้นหาข้อมูลที่ไหนอีก ซึ่งการได้สอบถามพูดคุยกับอัยการผู้ที่รู้เรื่องนี้เลย จะทำให้เข้าใจได้มากกว่า อย่างไรก็ตามเมื่อหารือกับอัยการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องสรุปและรายงานผลให้บอร์ด รฟท. ทราบภายในวันนั้นเลย ก่อนตั้งคณะทำงานต่อไป เพื่อพิจารณาความเสียหายที่เกิดขึ้น มูลค่าโครงการ และการคิดคำนวณอัตราดอกเบี้ยตามคำสั่งศาล ตลอดจนแนวทางการจ่ายชดเชย เพื่อให้เกิดความชัดเจน และทำให้รัฐเสียประโยชน์น้อยที่สุด
นายวรวุฒิ กล่าวด้วยว่า ยังไม่ทราบจริงๆ ว่าแนวทางการจ่ายชดเชย รวมทั้งแหล่งเงินที่นำมาชำระจะมาจากไหน แต่ไม่ต้องกังวล ต้องดำเนินการอยู่แล้ว เวลานี้ต้องพิจารณาให้ดีก่อนว่าคำพิพากษาถึงที่สุด และเป็นธรรมแล้วหรือไม่ หากพบว่าถึงที่สุดและเป็นธรรมแล้ว หากต้องจ่ายเงินก็ต้องหารือกับกระทรวงการคลังต่อไป.
นายวรวุฒิ กล่าวต่อว่า เมื่อศาลปกครองสูงสุด สั่งให้ปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการปี 41 ไม่ใช่เป็นการตัดสินใหม่ เราก็ต้องไปดูว่าคำชี้ขาดนั้นถูกต้องครบถ้วนแล้วหรือไม่ หากยังไม่ครบต้องไปค้นหาข้อมูลที่ไหนอีก ซึ่งการได้สอบถามพูดคุยกับอัยการผู้ที่รู้เรื่องนี้เลย จะทำให้เข้าใจได้มากกว่า อย่างไรก็ตามเมื่อหารือกับอัยการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องสรุปและรายงานผลให้บอร์ด รฟท. ทราบภายในวันนั้นเลย ก่อนตั้งคณะทำงานต่อไป เพื่อพิจารณาความเสียหายที่เกิดขึ้น มูลค่าโครงการ และการคิดคำนวณอัตราดอกเบี้ยตามคำสั่งศาล ตลอดจนแนวทางการจ่ายชดเชย เพื่อให้เกิดความชัดเจน และทำให้รัฐเสียประโยชน์น้อยที่สุด
นายวรวุฒิ กล่าวด้วยว่า ยังไม่ทราบจริงๆ ว่าแนวทางการจ่ายชดเชย รวมทั้งแหล่งเงินที่นำมาชำระจะมาจากไหน แต่ไม่ต้องกังวล ต้องดำเนินการอยู่แล้ว เวลานี้ต้องพิจารณาให้ดีก่อนว่าคำพิพากษาถึงที่สุด และเป็นธรรมแล้วหรือไม่ หากพบว่าถึงที่สุดและเป็นธรรมแล้ว หากต้องจ่ายเงินก็ต้องหารือกับกระทรวงการคลังต่อไป.

Webmaster
2019-05-15 18:42:00
72
