สัมปทาน30ปีจบข้อพิพาทบีอีเอ็ม
เศรษฐกิจ
นายสุรงค์ บูลกุล ประธานคณะกรรมการ(บอร์ด) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ด กทพ.ว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติ ผลการเจรจาของคณะอนุ กรรมการเจราจาฯ กับบริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด ซึ่งมีนายปกรณ์ อาภาพันธ์ กรรมการใน บอร์ดกทพ. เป็นประธาน กรณีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิ พากษายืนตามศาลปกครองชั้นต้น เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 61 ให้ กทพ. ชดเชยรายได้ให้กับบริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด หรือ เอ็นอีซีแอล (NECL) ในเครือ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีอีเอ็ม รวมดอกเบี้ยเป็นเงินประมาณ 4 พันล้าน ซึ่งถือเป็นข้อสรุปที่ดีที่สุ ดเท่าที่ทำได้ในสถานการณ์ปัจจุ บัน ที่จะระงับปัญหาข้อพิพาททั้งอดี ต ปัจจุบันและอนาคตได้
โดยมีสาระสำคัญคือ 1. การขยายอายุสัมปทานออกไปเป็ นเวลา 30 ปี จากเดิม 37 ปี นับจากวันสิ้นสุดในแต่ละสั ญญาของ3สัญญา ได้แก่ ทางด่วนขั้นที่ 2 (A,B,C )จากเดิมสิ้นสุดเดือนมี.ค.2563 เป็นสิ้นสุดเดือนมี.ค.2593 2.ทางด่วนขั้นที่2 ส่วนต่อขยายส่วนดี จากเดิมสิ้นสุดเดือนเม.ย. 2570 เป็นเดือนเม.ย.2600 และ3.ทางด่วนสายบางปะอิน- ปากเกร็ด จากเดิมสิ้นสุดในเดือนก.ย.2569 เป็นสิ้นสุดเดือนก.ย.2599 2. ปรับค่าผ่านทางเป็นแบบอัตราคงที่ 10 บาท ทุก 10 ปี 3.สัดส่วนรายได้ค่าผ่านทางอยู่ ที่ กทพ.60%และบีอีเอ็ม 40%
4. บีอีเอ็มจะต้องลงทุน 31,500 ล้านบาท ก่อสร้างและปรับปรุงทางด่วนขั้ นที่ 2 เป็นทางด่วน 2 ชั้น (double deck) จากด่านประชาชื่น-อโศก ระยะทาง 17 กม. รูปแบบเป็นทางยกระดับขนาด 4 ช่องจราจร พร้อมสร้างทางขึ้น-ลงบริเวณจตุ จักรเชื่อมกับสถานีกลางบางซื่อ เพื่อแก้ปัญหาการจราจรและปรั บปรุงการบริการของทางด่วนขึ้นที่2 ที่เต็มขีดความสามารถแล้ว ด้วยการติดตั้งระบบ EMV (Europay, MasterCard และ Visa )เพื่อลดการสะสมปริมาณจราจรบริ เวณหน้าด่านเก็บค่าผ่านทาง ซึ่งdouble deck จะดำเนินการได้หรือไม่จะต้องได้ รับการอนุมัติรายงานผลกระทบด้ านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ที่จะใช้เวลาดำเนินการ 2 ปีก่อน โดยเอกชนต้องรับความเสี่ยงไป หากไม่ได้รับการอนุมัติ ระยะเวลาสัมปทานจะลดลงเหลือ 15 ปี ซึ่งเขียนแนบท้ายไว้ในสัญญาแล้ว 5.บีอีเอ็มจะต้องลดค่าผ่านทางช่ วงอาจรงค์-บางนา (S1)ลง 50% ในรูปแบบปีต่อปี อย่างไรก็ตามผลการเจราจรดังกล่ าวถือว่าได้ข้อยุติ แต่ยังไม่สิ้นสุ ดเพราะอำนาจในการตัดสินใจอยู่ที่ คณะรัฐมนตรี(ครม..)ดังนั้นจากนี้ กทพ.จะเร่ งนำผลการเจรจาเสนอกระทรวงคมนาคม โดยเร็วที่สุด เพราะล่าช้ามามากแล้วและดอกเบี้ ยก็เดินทุกวันๆละ300.000บาท ก่อนจะนำเสนอต่อที่ประชุม ครม.พิจารณาอนุมัติต่อไป
นายสุรงค์ กล่าวว่า สำหรับข้อห่วงใยเรื่องการบันทึ กหนี้ ซึ่งที่ปรึกษาทางบัญชีการเงิ นและกฎหมายยืนยันแล้วว่าไม่ใช่ เป็นหนี้และจะไม่มีการบันทึ กลงในบัญชีของกทพ.ว่าเป็นหนี้ โดยตนจะทำหน้าที่ไปเคลียร์กั บสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ภายในสัปดาห์นี้ให้ชัดเจนว่ ากทพ.และบีอีเอ็มจะไม่มีหนี้ซึ่ งกันและกันแล้ว ทั้งนี้การที่สามารถระงับข้อพิ พาททั้งหมดได้จะทำให้กทพ.ดำเนิ นอีกหลายโครงการได้ตามแผนที่ วางไว้โดยไม่มีภาระหนี้ และเชื่อว่าจากนี้ไปกทพ.จะมี สภาพองค์กรที่แข็งแกร่งกว่าเดิม เพราะหมดสภาพภาระหนี้แล้ว ซึ่งจะมีอนาคตที่แจ่มใสมี ความสามารถในการกู้เงินดำเนิ นโครงการต่างๆได้เองมากขึ้น หวังว่า ครม.จะพิจารณาให้กทพ.ผ่านมรสุ มนี้ไปได้ ส่วนจะทันรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ขึ้ นอยู่กั บกระบวนการนำเสนอของกระทรวงคมนา คม ซึ่งตนไม่ทราบ
โดยมีสาระสำคัญคือ 1. การขยายอายุสัมปทานออกไปเป็
4. บีอีเอ็มจะต้องลงทุน 31,500 ล้านบาท ก่อสร้างและปรับปรุงทางด่วนขั้
นายสุรงค์ กล่าวว่า สำหรับข้อห่วงใยเรื่องการบันทึ

Webmaster
2019-05-16 09:05:00
18
