ปี62บีทีเอสผ่านสะพานตากสินเร็วขึ้น
เศรษฐกิจ

photodune-2043745-college-student-s
 
นายอาคม  เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมการปรับปรุงสถานีรถไฟฟ้าสถานีสะพานตากสิน(เอส6)ว่า  ได้ข้อยุติว่าจะไม่ทุบหรือย้ายสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสะพานตากสิน แต่กรุงเทพมหานคร(กทม.)และกรมทางหลวงชนบท(ทช.)จะแก้ปัญหาจราจรการเดินรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีลมที่มีปัญหาเดินรถทางเดียวด้วยการ ปรับเปลี่ยนเป็นทางคู่และเพิ่มชานชาลารองรับการใช้งานได้อย่างปลอดภัย
ทั้งนี้จำเป็นต้องขยายช่องจราจรบนสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชด้านใน2 ฝั่ง กว้าง 1.80เมตร ยาวประมาณ 10 เมตร 6 ช่อง เพื่อขยายสถานีรถไฟฟ้าให้เดินรถทางคู่ได้ และเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้ใช้รถบนสะพานฯจำเป็นต้องสร้างพื้นสะพานปีกนอก ทั้ง 2 ฝั่งทดแทนกว้าง 1.80 เมตรยาว230 เมตร  ให้เพียงพอต่อระยะเบี่ยงแนวทางวิ่งของรถยนต์บนสะพานโดยตกลงกับกทม.จะขยายพื้นสะพานทดแทนปีกนอกทั้ง 2ฝั่งให้เสร็จก่อน จึงจะขยายช่องทางวิ่งรถไฟฟ้าเป็นทางคู่พร้อมชานชาลาของรถไฟฟ้า  เมื่อแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มความถี่การเดินรถไฟฟ้าสายสีลมให้ใกล้เคียงกับสายสุขุมวิท โดยผู้โดยสารไม่ต้องรอรถไฟฟ้านานเหมือนปัจจุบันที่ต้องรอสับหลีกรางนาน  ทำให้ผู้โดยสารตกค้างและจะไม่เกิดผลกระทบต่อการจราจรบนสะพาน
 
นายอาคม กล่าวต่อว่า   จะใช้เวลาศึกษาออกแบบ 5เดือน  และใช้เวลาก่อสร้าง 22เดือน เปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือน ธ.ค.62   วงเงินก่อสร้าง 1,000ล้านบาท  แบ่งเป็นเป็นงบสร้างสะพาน 300ล้านบาท และขยายสถานีรถไฟฟ้า 700 ล้านบาท มีคณะกรรมการร่วมประกอบด้วยกระทรวงคมนาคม ทช.  กทม. บีทีเอส และ บชน.ร่วมวางแผนดำเนินการ ไม่ให้กระทบต่อการเดินทางของประชาชนยืนยันว่าระหว่างการก่อสร้างประชาชนสามารถเดินทางโดยรถไฟฟ้า และรถยนต์ได้ตามปกติ
 
นอกจากนี้ได้มอบหมายให้กรมเจ้าท่าออกแบบท่าเรือตากสินให้เป็นสถานีเรือ เชื่อมต่อการเดินทางทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ และ เรือ ให้สมบูรณ์แบบรวมถึงให้ออกแบบสร้างทางเดินเชื่อมต่อเข้าสู่โรงแรมต่าง ๆ ในย่านนั้น และให้ทช.เปิดพื้นที่เชิงพาณิชย์ด้านข้างสถานีรถไฟฟ้าบริเวณสวนสาธารณะ  เพราะเป็นที่ดินของทช.อยู่แล้วเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางของประชาชน
 
 
นายวันชัย ถนอมศักดิ์ รองปลัดกทม.  กล่าวว่า   งบประมาณปรับปรุงแก้ไขปัญหาคอขวดรถไฟฟ้าวงเงิน 1,000ล้านบาท กทม.ต้องหารือ บีทีเอส ก่อน เบื้องต้นเห็นว่า บีทีเอสควรรับภาระลงทุนทั้งหมด เนื่องจากดำเนินการในส่วนของระบบรถไฟฟ้าทั้งสิ้น   นอกจากนี้ ยังเตรียมหารือทช. ขอใช้พื้นที่บางส่วนบริเวณใต้สถานีมาพัฒนาเป็นร้านค้าจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มในรูปแบบฟู้ดสตรีท บริการนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการจำนวนมาก  เบื้องต้น ทราบว่ากระทรวงคมนาคมมีแผนพัฒนาเป็นศูนย์บริการเชื่อมต่อการเดินทางรวมถึงทำเป็นศูนย์กลางการบริหารหน่วยราชการ เช่น สถานที่ต่อใบอนุญาตขับขี่รถ และและสถานที่ทำพาสปอร์ต เป็นต้น