สคบ.คุมเข้มตรวจเต้นท์รถมือสอง
เศรษฐกิจ

photodune-2043745-college-student-s
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายพิฆเนศ ต๊ะปวง รองเลขาธิการสคบ. ได้นำคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ พร้อมกำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษ สคบ. ร่วมกับ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบ ผู้ประกอบธุรกิจรถยนต์ใช้แล้ว หลังสคบ. ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหารถยนต์ใช้แล้วจากผู้บริโภค ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปัญหารถยนต์มีความชำรุดบกพร่อง ระบุระยะทางในการใช้รถยนต์ไม่ตรงต่อความเป็นจริง เครื่องยนต์ไม่ตรงกับคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ รถยนต์ผ่านการประสบภัยต่างๆ เช่น รถยนต์เคยถูกชน ไฟไหม้และน้ำท่วม



ทั้งนี้ในการควบคุมดูแลธุรกิจดังกล่าวทางสคบ. โดยคณะกรรมการว่าด้วยฉลากและคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา ได้ออกฎหมาย จำนวน 2 ฉบับ เพื่อใช้บังคับในการประกอบธุรกิจขายรถยนต์ใช้แล้ว ได้แก่ ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ 35 เรื่องให้รถยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ได้กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องจัดทำฉลากสินค้า ซึ่งต้องระบุรายละเอียดที่สำคัญและจำเป็น คือ ชื่อประเภทหรือชนิดของสินค้า ชื่อและสถานที่ประกอบการของผู้ขาย ขนาดหรือน้ำหนัก สมุดคู่มือการบำรุงรักษารถ รุ่นปี ราคา โดยระบุหน่วยเป็นบาท วันจดทะเบียน หมายเลขทะเบียน หมายเลขตัวรถ หมายเลขเครื่องยนต์และข้อมูลการประสบภัย (ถ้ามี) เช่น ในช่วงน้ำท่วมได้ประสบอุบัติเหตุน้ำท่วมถึงระดับเบาะรถ เป็นต้น

ส่วนอีกฉบับเป็น ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจขายรถยนต์ใช้แล้วเป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ.2550 ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจต้องปฏิบัติให้ถูกต้องอย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนต้องได้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนด หากพบผู้ประกอบธุรกิจฝ่าฝืนไม่แสดงฉลากสินค้าหรือแสดงฉลากไม่ถูกต้อง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ประกอบธุรกิจรายใดไม่จัดทำหลักฐานการรับเงิน ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้น สคบ. จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจ หากพบว่าผู้ประกอบธุรกิจรายใดไม่จัดทำเอกสารตามประกาศฯ สคบ. จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป